ยุทธศาสตร์ : วิธีการทำให้ปณิธานเป็นความจริง
ยุทธศาสตร์ : วิธีการทำให้ปณิธานเป็นความจริง
ที่นายตะวันสามารถทำได้เอง โดยไม่ต้องง้อใครเกินไปนัก
๑. ภายใน ๓ ปี จะสร้างวัดไซเบอร์ หรือเว็บไซต์ธรรมะ
ให้ได้อย่างน้อย ๑,๐๐๐ วัด โดยการถวายความรู้แด่ภิกษุสามเณร
ให้เป็นโปรแกรมเมอร์ หรือเป็นเว็บมาสเตอร์ ที่สามารถสร้างวัด
และพัฒนาวัดไซเบอร์หรือเว็บไซต์ธรรมะของท่านได้ด้วยตนเอง
ให้ได้อย่างน้อย ๑๐๐ รูป และช่วยสอนให้จิตอาสาหรือสาธุชนทั่วไป
ที่ใฝ่ในธรรมอีกอย่างน้อยให้ได้ ๕๐๐ คนขึ้นไป อันย่อมจะทำให้
ธรรมะที่กำลังเพลี้ยงพล้ำแก่อธรรมอยู่บนโลกไซเบอร์มีโอกาส
พลิกกลับมามีชัยได้ไม่เร็วก็ช้า หรืออย่างน้อยก็ไม่ย่อยยับไปกว่านี้
ซึ่งจะสำเร็จหรือไม่ ขึ้นอยู่กับเหตุปัจจัย โดยเฉพาะจะหาภิกษุสามเณร
และจิตอาสาผู้มีความคิดก้าวหน้าในธรรมได้มากน้อยสักเพียงใด
๒. ภายใน ๑๐ ปี จะพิมพ์หนังสือ "ก้าว (๙) ทาง สร้างโลกใหม่"
แจกเป็นธรรมทานให้ได้อย่างน้อย ๑ แสนเล่ม สำหรับนำไปถวายพระ
(เจ้าอาวาส) และมอบให้ผู้นำท้องถิ่น (นายก อบต.และผอ.โรงเรียน)
เกิดเป็นปณิธาน "เดินทางทั่วไทย..ไปทุกตำบล" แบบคนพเนจร..
ข้อนี้ "มีหวังสำเร็จได้ โดยลำพังนายตะวันเพียงผู้เดียว" เพราะอย่างมาก
ก็แค่หมดตัว ซึ่งก็ไม่กลัว ไม่เสียดาย เพราะถือว่า "ตนเองได้ตายไปแล้ว"
๓. ก่อนหมดลมหายใจจะพิมพ์หนังสือ "ก้าว (๙) ทาง สร้างโลกใหม่"
ในภาษาสำคัญๆ ของโลก แจกเป็นธรรมทานให้ได้อย่างน้อย ๙ ล้านเล่ม
สำหรับนำไปมอบให้ผู้นำรัฐบาลและผู้นำสื่อสารมวลชนทุกประเทศในโลก
แจกจ่ายให้ราษฎรของตนๆ จนแพร่หลายกระจายปกคลุมไปทั่วทั้งปัฐพี
เกิดเป็นปณิธาน "เดินทาง..พลิกแผ่นดิน" ไม่ใช่ทูตพิเศษ ก็แค่คนพเนจร
ซึ่งข้อนี้ "ไม่มีทางสำเร็จได้ โดยลำพังนายตะวันเพียงผู้เดียว" เอาแค่ว่า
ถ้ารัฐบาลไทยไม่อนุญาตให้นายตะวันออกนอกประเทศ หรือรัฐบาลทั่วโลก
ไม่อนุญาตให้นายตะวันเข้าประเทศของตนๆ "นายตะวันก็อับจนหนทาง"
ดังนั้น ในข้อนี้จึงขึ้นอยู่กับท่าทีของพี่น้องร่วมชาติและร่วมโลกเป็นสำคัญ
แรกสุดก็คือพี่น้องชาวไทยและรัฐบาลไทยจะให้โอกาสนายตะวันหรือไม่ ?
โดยส่วนตัวของนายตะวัน เมื่อตัดสินใจเด็ดขาดแล้วว่า "กูได้ตายไปแล้ว"
ย่อมจะไม่ซีเรียสเครียดเคร่งอะไร แม้ผลลัพธ์จะออกมาในทางใดก็ตาม
เพราะยังไงๆ ก็ทำใจได้อยู่แล้วว่า "ธรรมดาของโลกก็ย่อมเป็นเช่นนั้นเอง"
๔. พร้อมกันนี้ได้ทำเว็บไซต์ "สื่อตะวัน" เพื่อเผยแผ่แนวคิดและกิจกรรม
ที่คนทั้งโลกเปิดอ่านได้ตลอดเวลา และจะแปลเป็นหลายภาษาในอนาคต
นอกจากนี้ยังจัดให้มี "เซิร์ฟเวอร์ของตนเอง" เป็นหลักเป็นฐาน มั่นคงยั่งยืน
เพื่อที่เว็บไซต์นี้จะได้ไม่ต้องย้ายไปย้ายมา และจะได้เป็นหลักประกันว่า
ไม่มีวันเลิกล้ม และที่สำคัญที่สุด นายตะวันหวังว่า ในอนาคตเซิร์ฟเวอร์นี้
จะกลายเป็นเสมือนกับช่อง "TV" ราคาถูก ที่มีคุณภาพเทียบเท่ากับสากล
สำหรับเป็นฐานปฏิบัติการรบในสมรภูมิธรรมาธรรมะสงครามบนโลกไซเบอร์
ที่ตนเคยทำนายไว้ว่า "อธรรมกับธรรมะจะมาตัดเชือกเอาแพ้ชนะกันที่นี่"
(http://suetawan.com/history/adhamdhamma.html)
และสุดท้ายนายตะวันยังแบ่งปันน้ำใจแชร์เซิร์ฟเวอร์นี้ให้เพื่อนร่วมโลกด้วย
โดยเฉพาะแก่เว็บไซต์ธรรมะ-วัด-การกุศล ส่วนบุคคลทั่วไปได้จัดสรรให้
ผ่านทาง reseller เอาไปทำธุรกิจ ภายใต้แนวคิด "ผู้ใช้ได้โฮสติ้งมาตรฐาน
ผู้ให้บริการได้มีงานมีเงิน และที่สำคัญมูลนิธิสื่อตะวันได้มีแหล่งทุนที่ถาวร
เพียงพอต่อกิจกรรมการกุศลตลอดไป ไม่ต้องเรี่ยไร ไม่ต้องรับบริจาค..
มีผู้คนเอาแต่ตัดกำลังใจ (ซ้ำซาก) ว่า "คุณนะคิดดี แต่วิธีนี้คงไม่ได้ผล ?"
ลองใช้วิธีการอื่นจะไม่ดีกว่า ง่ายกว่า และได้ผลกว่าไหม ? ซึ่งผมได้ตอบไป
แล้วว่า "วิธีการอื่น คนอื่น ซึ่งก็มีหน้าที่พิทักษ์โลกเหมือนกัน ก็จงทำกันไปสิ"
ส่วนนายตะวันเลือกทำวิธีนี้ เพราะเชื่อว่าช่วยโลกได้ และตัวเองพอทำไหว !
เพียงแค่เพื่อนร่วมโลกลดคำถามต่อนายตะวัน (อันทำให้มันซ้ำซาก) ลง
แล้วเอาเวลากลับไปถามใจตัวเอง และพิจารณาแนวคิดหรือข้อเสนอ ๙ ทาง
ของนายตะวันกันอย่างจริงจังทั้งแผ่นดิน โลกก็จะรอดไปได้ตั้งครึ่งค่อนแล้ว
ถึงวันนั้นปณิธานของนายตะวันที่ถูกกล่าวหาว่า "เพ้อฝัน" และรุมกันเยาะเย้ย
ก็จะกลายเป็น "วาระแห่งโลก" ที่ไม่มีใครปฏิเสธได้อีกต่อไป ไม่ว่าจะนับถือ
หรือมีเชื้อชาติศาสนาไหนๆ "ก้าว (๙) ทาง สร้างโลกใหม่" ก็จะเป็นภารกิจ
เพราะมันหมายถึงการอยู่รอดปลอดภัย การดำรงอยู่ได้ของทุกคนบนโลก
แต่ถ้าโลกเลือกแล้ว ที่จะเป็นเช่นนี้ ไม่ฝักใฝ่ฝึกฝนตนเองให้ดีขึ้นไปกว่าเดิม
ก็แล้วแต่กรรมของโลก ไม่ได้เกี่ยวกับนายตะวัน ที่ได้ตายไปก่อนหน้านี้แล้ว
และรู้สึกเต็มอิ่มกับชีวิตตนเองว่า "เกิดมาทั้งที ไม่เสียชาติเกิดแล้วโว้ย !"
คำถามเดียวเท่านั้นที่นายตะวันขอย้อนถามทุกคนบ้าง "คุณพร้อมแล้วหรือยัง ?
คุณทำใจได้แค่ไหน หากพรุ่งนี้เป็นวันตาย เป็นวันสุดท้ายในชีวิตของคุณ !"
ด้วยความจริงแท้และจริงใจ..
จาก "นายตะวัน"
ประธานโครงการจัดตั้ง "มูลนิธิสื่อตะวัน"
นักรบอาสาธรรมาธรรมะสงครามบนโลกไซเบอร์
ผู้เสนอแนวคิด "ก้าว (๙) ทาง สร้างโลกใหม่"
ด้วยการทำปณิธาน "เดินทาง..พลิกแผ่นดิน"
ปล. นายตะวันไม่ใช่นักการเมือง จึงไม่ชอบที่จะตอบคำถามอันซ้ำซาก
ซึ่งถามกันส่งเดช หรือถามแต่พอเป็นพิธี แบบมีคำตอบเอาไว้เองเสร็จแล้ว
(พิพากษาไปก่อนแล้ว โดยไม่รอคำให้การ ไม่ดูหลักฐาน ไม่ฟังพยานเลย)
แต่นายตะวันก็เคยเป็นครู (มาตลอดชีวิต) ก็จึงใจกว้างและใจเย็นมากพอ
ต่อคำถาม "แม้จะไม่เข้าท่า" ขอแค่ว่า "ผู้ถามใส่ใจคำตอบจริงๆ" เท่านั้น
อนึ่ง เพราะนายตะวันเดินทาง ไปพบปะคนสำคัญทีละคน วันละหลายคน
นายตะวันอาจเป็นคนแปลกหน้าสำหรับทุกคน และเป็นคนแรกที่ขอเข้าพบ
ด้วยเรื่องราวหรือวิธีการแบบนี้ พร้อมกับเงื่อนไขที่อาจไม่เหมือนใครในโลก
แต่ฝั่งของนายตะวัน "คุณคือคนที่ร้อย ที่พัน ที่เขาขอเข้าพบและพูดคุยมาแล้ว"
ดังนั้น เรื่องที่คุณจะถามเขา หรือแสดงความเห็นใดๆ ถ้าไม่ใช้โยนิโสมนสิการ
ก็เป็นอันทำนายล่วงหน้าได้ว่า "คำถามหรือความคิดของคุณซ้ำซากแน่นอน"
อันที่จริง นายตะวัน "รักการศึกษา" ที่ออกมาเดินทาง.. แรงจูงใจอย่างหนึ่ง
ซึ่งเป็นเครื่องประโลมใจให้ฝ่าฟันความลำบากมาได้ ก็คือความใคร่การศึกษา
ถ้าได้ยินคำถามหรือความคิดเห็นใหม่ๆ ทำไมจะไม่ตื่นเต้นยินดีที่จะสนทนา..
เป็นอันว่า "ถ้าคุณไม่เจ๋งจริง ก็อย่าถาม อย่าแสดงความคิดเห็นเลย จะดีกว่า"
อีกอย่างหนึ่ง สิ่งที่นายตะวันคิด พูด ทำ ไม่ใช่เรื่องส่วนตัวของใครคนหนึ่ง
เขาจึงไม่จำเป็นจะต้องตอบคำถามส่วนตัวของใคร ทางที่ดีทุกคนควรกลับไป
ย้อนถามใจตัวเองให้ชัดเจนเสียก่อน แล้วค่อยกลับมาตั้งคำถามกับนายตะวันว่า
"เราจะเอายังไงกับโลกใบนี้กันดี ? ผมหรือฉันจะช่วยอะไรในภารกิจนี้ได้บ้าง ?"
คำถามทำนองนี้เท่านั้นที่นายตะวันจะเต็มใจตอบโดยไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย..!
คลิกอ่าน "คำถามที่นายตะวันจะไม่ตอบ" ได้ที่ลิงค์นี้
http://www.suetawan.com/history/subhistory/subhistory14.html
- ล็อกอิน เพื่อแสดงความคิดเห็น








