วิธีการเผยแผ่แนวคิดด้วยปณิธาน (ยุทธศาสตร์)

วิธีการเผยแผ่แนวคิดด้วยปณิธาน (ยุทธศาสตร์)
ที่นายตะวันสามารถทำได้เอง โดยไม่ต้องง้อใครเกินไปนัก

๑. ภายใน ๑๐ ปี จะพิมพ์หนังสือ "ก้าว (๙) ทาง สร้างโลกใหม่"
แจกเป็นธรรมทานให้ได้อย่างน้อย ๑ แสนเล่ม สำหรับนำไปถวายพระ
(เจ้าอาวาส) และมอบให้ผู้นำท้องถิ่น (นายก อบต.และผอ.โรงเรียน)
เกิดเป็นปณิธาน "เดินทางทั่วไทย..ไปทุกตำบล" แบบคนพเนจร..
ข้อนี้ "มีหวังสำเร็จได้ โดยลำพังนายตะวันเพียงผู้เดียว" เพราะอย่างมาก
ก็แค่ "นายตะวันหมดตัว" ซึ่งก็ไม่กลัว ไม่เสียดาย และไม่คิดอะไรแล้ว

๒. ก่อนจะสิ้นชีวิต จะพิมพ์หนังสือ "ก้าว (๙) ทาง สร้างโลกใหม่"
ในภาษาสำคัญๆ ของโลก แจกเป็นธรรมทานให้ได้อย่างน้อย ๙ ล้านเล่ม
สำหรับนำไปมอบให้ผู้นำรัฐบาลและผู้นำสื่อสารมวลชนทุกประเทศในโลก
แจกจ่ายให้ราษฎรของตนๆ จนแพร่หลายกระจายปกคลุมไปทั่วทั้งแผ่นดิน
เกิดเป็นปณิธาน "เดินทางรอบโลก..ไปทุกประเทศ" แบบทูตพิเศษ
ซึ่งข้อนี้ "ไม่มีทางสำเร็จได้ โดยลำพังนายตะวันเพียงผู้เดียว" เอาแค่ว่า
ถ้ารัฐบาลไทยไม่อนุญาตให้นายตะวันออกนอกประเทศ หรือรัฐบาลทั่วโลก
ไม่อนุญาตให้นายตะวันเข้าประเทศของตนๆ "นายตะวันก็อับจนหนทาง"
ดังนั้น ในข้อนี้จึงขึ้นอยู่กับท่าทีของพี่น้องร่วมชาติและร่วมโลกเป็นสำคัญ
แรกสุดก็คือพี่น้องชาวไทยและรัฐบาลไทยจะให้โอกาสนายตะวันหรือไม่ ?
โดยส่วนตัวของนายตะวัน เมื่อตัดใจเด็ดขาดไปแล้วว่า "กูได้ตายไปแล้ว"
ย่อมจะไม่ซีเรียสเครียดเคร่งอะไร แม้ผลลัพธ์จะออกมาในทางใดก็ตาม
เพราะยังไงๆ ก็ทำใจได้อยู่แล้วว่า "ธรรมดาของโลกก็ย่อมเป็นเช่นนั้นเอง"

มีผู้คนตั้งคำถาม (ซ้ำซาก) ว่า "ถ้าหวังเพียงแค่ให้ผู้คนทั่วไปได้รับรู้"
ใช้วิธีการอื่นจะไม่ดีกว่า ง่ายกว่า และได้ผลกว่าหรือ ? ได้ตอบมาจนเบื่อ
แล้วว่า "วิธีการอื่น คนอื่นซึ่งก็มีหน้าที่พิทักษ์โลกเหมือนกัน ก็ทำกันไปสิ"
ส่วนนายตะวันเลือกทำวิธีนี้ เพราะเห็นว่าดีกับตัวเอง และช่วยโลกได้อีกทาง

เพียงแค่เพื่อนร่วมโลกลดคำถามต่อนายตะวัน (อันทำให้มันซ้ำซาก) ลง
แล้วเอาเวลากลับไปถามใจตัวเอง และพิจารณาแนวคิดหรือข้อเสนอ ๙ ทาง
ของนายตะวันกันอย่างจริงจังทั้งแผ่นดิน โลกก็จะรอดไปได้ตั้งครึ่งค่อนแล้ว
ถึงวันนั้น "ปณิธานของนายตะวัน" มันก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่หรือยากเกินไป
ตัวนายตะวันเองก็คงไม่ต้องลำบากลำบน ถ้าเพียงแค่ผู้คนมีจิตใจที่เปิดกว้าง
ย่อมจะเห็นพ้องต้องกันว่า "เมื่อมีผู้อาสา ชาวประชาก็ควรช่วยกันเชียร์"
นั่นคือโลกยังมีแสงสว่างอยู่ แต่หากตรงกันข้าม ถ้าผู้คนล้วนมีจิตใจคับแคบ
อย่างมาก "นายตะวันก็ถูกย่ำให้จมดิน" ซึ่งคนที่ตัวสินใจเด็ดขาดไปแล้ว
ว่า "กูได้ตายไปแล้ว" อย่างเขา ย่อมไม่เป็นประเด็นอีก หากเหลือแค่ว่า
ถ้ามันแย่ถึงขั้นนั้นจริงๆ นั่นก็หมายความว่า "โลกมืดบอด" ใช่หรือไม่ ?

คำถามเดียว (ที่นายตะวันถามกลับนี้) คุณก็มีหน้าที่จะต้องช่วยกันตอบ..!

ด้วยความจริงแท้และจริงใจ..
จาก "นายตะวัน"
ผู้เสนอแนวคิด "ก้าว (๙) ทาง สร้างโลกใหม่"
ด้วยการทำปณิธาน "เดินทาง..พลิกแผ่นดิน"

ปล. นายตะวันไม่ใช่นักการเมือง จึงไม่ชอบที่จะตอบคำถามอันซ้ำซาก
ซึ่งถามกันส่งเดช หรือถามแต่พอเป็นพิธี แบบมีคำตอบเอาไว้เองเสร็จแล้ว
(พิพากษาไปก่อนแล้ว โดยไม่รอคำให้การ ไม่ดูหลักฐาน ไม่ฟังพยานเลย)
แต่นายตะวันก็เคยเป็นครู (มาตลอดชีวิต) ก็จึงใจกว้างและใจเย็นมากพอ
ต่อคำถาม "แม้จะไม่เข้าท่า" ขอเพียงแค่ว่า "ผู้ถามใส่ใจคำตอบจริงๆ"




***โชคดีที่แค่ได้ซ่อมรถ ไม่ถึงกับต้องซ่อมคน ซึ่งหาอะไหล่ยากกว่า***
***โชคดีที่แค่ได้พักเล็กชั่วคราว ไม่ถึงกับต้องพักยาวไปชั่วนิจนิรันดร***

Loading...

ปัจจุบันทันข่าวเรื่องราวรอบตัว

จากหลากหลายแหล่งข่าว เอามาแจกกันอ่าน โปรดใช้วิจารณญาณ
วิเคราะห์ข่าวสารด้วยสติปัญญาของแต่ละคนเอง โดยอิสระเสรีเถิด

คลิกด้วยช่วยค่าเดินทาง