แม่คนที่หายไป
๑. แม่คนที่หายไป
(ครอบครัว พ่อ แม่ ลูก และญาติมิตร)
สรรพชีวิตส่วนใหญ่ในโลกนี้ มักมีสัญชาตญาณการเอาตัวเอง
ให้อยู่รอดมาตั้งแต่แรกเกิด และโดยมากมักใช้เวลา ไม่กี่นาที
ไม่กี่วัน ไม่กี่สัปดาห์ ก็หาเลี้ยงตัวเองได้ แต่พัฒนาการของมัน
ก็จะหยุดอยู่แค่นั้นกับแค่การรู้จัก สืบพันธุ์ เพื่อดำรงพงษ์เผ่า
ของตนต่อไป นอกจากนี้อย่างดีก็แค่รู้จักทำรูทำรัง อยู่อาศัยกัน
แบบหยาบๆ มีชีวิตเกิดแก่เจ็บตายไปแบบขึ้นตรงต่อธรรมชาติล้วนๆ
ส่วนสิ่งมีชีวิตชนิด "คน" ที่พากันเรียกตัวเองว่า "มนุษย์" นี้
เมื่อแรกเกิดมีสัญชาตญาณการเอาตัวรอดติดมาน้อยมาก
หากถูกปล่อยทิ้งไว้ตาม ยถากรรมจะต้องตายอย่างแน่นอน
ทุกคนที่เติบโตมาได้ก็เพราะอาศัยน้ำใจของ "พ่อแม่"
หรือผู้ทำหน้าที่แทนพ่อแม่คอยดูแลประคบประหงมอย่างยิ่ง
และต้องใช้เวลานานหลายปีกว่าที่จะรู้จักเอาตัวเองให้รอดได้
เพียงแต่คนเหนือกว่าสรรพชีวิตชนิดอื่น ตรงที่ไม่หยุด
พัฒนาการของตนเองไว้เพียงแค่นั้น ยังรู้จักการฝึกฝน
อบรมภาวนา กาย จิต และปัญญา ต่อมาอีก จนเกิดความรู้
ความฉลาด ความสามาถ ได้อย่างน่าอัศจรรย์
แต่พรสวรรค์อันน่าทึ่งนี้ก็มีจุดล่อแหลมที่น่าหวาดเสียวยิ่งนัก
เพราะมันมีพลังทั้งทางสร้างสรรค์และทำลายล้างได้พอๆ กัน
ซึ่งขึ้นอยู่กับพันธุกรรม และพัฒนาการต่อมาของแต่ละคน
พันธุกรรมคือการถ่ายทอดโดยสายเลือดจากผู้ให้กำเนิด
ทำให้ลูกที่เกิด มามีกายลักษณ์ จิตลักษณ์ และปัญญาลักษณ์
คล้ายคลึงพ่อแม่ของตนเอง อันเป็นต้นทุนก่อนมีพัฒนาการ
พัฒนาการคือการเจริญเติบโตต่อมา ทั้งกาย จิต และปัญญา
กายอาศัยโภชนาหาร ข้าว น้ำ อากาศ และการออกกำลัง
จิตอาศัยผัสสาหาร สัมผัส ปลอดภัย สงบ อบอุ่น และอิสรภาพ
ปัญญาอาศัยเสวนาหาร ดู ฟัง ถาม คิด พูด ทำ และฝึกอบรม
โดยมีธรรมชาติสิ่งแวดล้อมและสังคมครอบคลุมอยู่ตลอดเวลา
ทั้งสร้างสรรค์และทำลายอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือไปพร้อมๆ กัน
อันเป็นเหตุปัจจัย หล่อหลอมให้ชีวิตหนึ่งๆ ได้โตบโตขึ้นมา
ถ้าอย่างผิดพลาดบกพร่อง เขาก็เสี่ยงจะกลายเป็นผู้ทำลายเอง
ถ้าอย่างถูกต้องสมบูรณ์ เขาก็มีแนวโน้มจะเป็นผู้สร้างสรรค์ได้
นี่คือความจริงพื้นฐานอันสำคัญที่สุดแห่งมวลมนุษยชาติ ซึ่งไม่ได้
ซับซ้อนอะไร คนสามัญธรรมดาก็สามารถเข้าใจได้
แต่ก็น่าใจหายที่ปรากฎว่าในยุคไอทีไฮเทคโนโลยี
ที่มนุษยชาติกำลังหลงความรู้ความสามารถของตนเองอยู่นี้
ได้เกิดความผิดพลาดประมาทเลินเล่อ ที่น่าหวาดเสียวที่สุด
ก็ตรงที่มนุษย์ละเลยความจริงพื้นฐานอันสำคัญที่สุดของตนไป
จนมีแนวโน้มว่าเผ่าพันธุ์ของมนุษย์อาจจะสิ้นสุดลงได้ในไม่ช้า
และยิ่งไปกว่านั้นยังเป็นไปได้อีกว่า มนุษยชาติจะลากเอา
สรรพชีวิตชนิดอื่นเป็นตัวประกันให้สูญพันธุ์ไปพร้อมๆ กันด้วย
นับเป็นผลงานอันแสนห่วยของมนุษยชาติโดยแท้ เพราะไปหลงผิด
คิดว่าตนเองฉลาดหนักหนา และจะสามารถเอาชนะธรรมชาติได้
ผลสุดท้ายก็เลยทำลายตัวเองและโลกทั้งโลกไปอย่างยับเยิน
ความผิดพลาดประมาทเลินเล่อนี้มีให้เห็นในหลายมิติ
แต่ที่สำคัญที่สุด คือมนุษย์ยุคนี้มีลูกแล้วก็เลี้ยงลูกเองไม่ได้
ต้องผลักภาระให้ปู่ย่าตายาย หรือสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า
ซึ่งมีผลมาจากหลายเหตุปัจจัย อันจะพูดถึงในตอนต่อๆ ไปด้วย
แต่เหตุปัจจัยที่น่าตกใจที่สุด ก็คือ "ความเกียจคร้านเลี้ยงลูก"
หญิงก็เมาสบาย ชายก็เมาสนุก เอาแต่หาความสุขให้ตัวเอง
สุดท้ายก็ตายจากความเป็นพ่อเป็นแม่ที่ควรเคารพบูชา
เหลือเพียงแค่เศษคุณค่าของความเป็นผู้ให้กำเนิดที่ห่วยแตก
จึงไม่น่าแปลกว่า "ลูกคนกำลังซนกว่าลูกลิง" ยิ่งขึ้นไปทุกที
คุณลองคิดดูว่า "อะไรจะเกิดขึ้น ?" เมื่อสายเลือด
ของหญิงเมาสบาย บวกกับของชายที่เมาสนุกมาผสมกันเข้า
ก่อกำเนิดเกิดเป็นชีวิตใหม่ที่ผู้ทำให้เกิด ก็เลี้ยงเองไม่ได้
ปู่ย่าตายายและสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าหรือจะมาไล่ตามทัน
และที่สำคัญคนแก่ใกล้ตายกับพ่อแม่สำรองเหล่านั้น
หรือจะมาชดเชย "อุ่นอกแม่ที่แท้จริง" ได้สักกี่มากน้อย
นมจากขวดพลาสติกที่ปราศจาก จิตวิญญาณจะมีคุณค่าเท่า
กับนมจากเต้าของแม่ที่เปี่ยมล้นด้วยความรักได้อย่างไร ?
จงลองเปรียบเทียบภาพ "ลิงอุ้มลูก" หรือ "ไก่กกไข่"
กับ "แม่คน ที่หายไป" ปล่อยให้ "ลูกน้อยนอนดิ้นอยู่" ดูเถิด
อย่างนี้จะไม่เรียกว่าเป็น "พ่อแม่แย่กว่าลิง" อย่างไรกัน !
อีกอย่างหนึ่ง หากมองผ่านวิชาชีววิทยาก็จะพบยิ่งขึ้นไปอีกว่า
บรรดาสรรพสัตว์จะมีสัญชาตญาณต้องการเลี้ยงลูกจริงๆ
ก็เฉพาะตอนตั้งครรภ์ และหลังคลอดอย่างมีห้วงเวลาเท่านั้น
เช่น ช้าง ม้า วัว ควาย พอลูกมันโต จนสามารถหาเลี้ยงตัวได้
โดยธรรมชาติอีตัวแม่ก็จะเริ่มรำคาญลูก ไม่ได้เอาใจใส่ลูกอีก
คนแม้จะมีวัฒนธรรมเข้ามาเสริมสัญชาตญาณอีกชั้นหนึ่ง
แต่คนที่ไม่ใช่พ่อแม่ที่แท้จริง ก็จะไร้ซึ่งสัญชาตญาณอันนี้
ถึงจะเต็มใจเลี้ยงลูกคนอื่น ให้เสมือนเป็นลูกของตนเองได้บ้าง
ก็จะได้ในระดับวัฒนธรรมเท่านั้น ไม่ลึกถึงชั้นสัญชาตญาณเลย
ทำให้ยังกล่าวได้ว่า "แม่คนได้หายไปแล้ว" อยู่ดี
และดังที่ได้กล่าวมาแล้ว พัฒนาการของมนุษย์ที่เติบโตขึ้นมานั้น
กายอาศัยโภชนาหาร อาหาร น้ำ อากาศ และการออกกำลัง
จิตอาศัยผัสสาหาร สัมผัส ปลอดภัย สงบ อบอุ่น และอิสรภาพ
ปัญญาอาศัยเสวนาหาร ดู ฟัง ถาม คิด พูด ทำ และฝึกอบรม
หากหันมองพัฒนาการของคนในปัจจุบันก็จะเห็นได้ไม่ยากว่า
กายกับปัญญาแม้จะบกพร่องไปบ้าง ก็ไม่รุนแรงสักเท่าใด
ทั้งยังมีบางส่วนของโลก ออกจะล้นหรือเฟ้อเกินไปเสียด้วยซ้ำ
แต่ "จิต" ซึ่งเป็นแกนของชีวิต ดังที่มีคำกล่าวว่า จิตเป็นนาย
กายเป็นบ่าวกำลังวิกฤติแสนสาหัส โดยเฉพาะในมหานคร
กับชนบทบริวาร เช่น บางกอกกับทุกชนบทของประเทศไทย
นี่คือผลกระทบโดยตรงจาก "ทุผัสสาหาร" หรือสภาวะขาดอาหารใจ
มาแต่แรกเกิด อันเนื่องมากจาก "แม่คนที่หายไป"
เด็กน้อยโหยหาอุ่นอกแม่ เติบโตมาอย่างคนที่โหยหิวสัมผัส
ขาดความ อบอุ่น จิตไม่สงบ และค้นไม่พบอิสรภาพจากภายใน
ทำให้เป็นคนมักง่าย ด่วนได้ เกียจคร้าน ติดสบาย หลงสนุก
ชิงสุกก่อนห่าม วู่วาม ก้าวร้าว เห็นแก่ตัว มัวเมาอบายมุข
หรือพูดสั้นๆ คือเป็นคนไม่มีคุณภาพ ไม่มีคุณธรรมนั่นเอง
เมื่อเป็นเช่นนี้ก็หมดทางสร้างสรรค์ มีแต่จะทำลายโลกแน่ๆ
"แม่คนที่หายไป" ได้ก่อให้เกิดผลเสียหายใหญ่โตถึงเพียงนี้
การเรียกร้องสิทธิสตรีที่มีกันอยู่ทั่วโลก ซึ่งผมก็ไม่ได้คัดค้าน
แต่ถ้าพากันหันมาเรียกร้องสิทธิและโอกาสแห่งความเป็นแม่
ซึ่งเป็นการเรียกร้อง "เพื่อลูก" แทนการเรียกร้อง "เพื่อตัวเอง"
ผมก็จะบูชาผู้หญิงทุกคน ไม่ใช่เพียงแค่เคารพสิทธิสตรีเท่านั้น
ดังที่ผมบูชา "แม่บังเกิดเกล้าผู้แสนประเสริฐของผม" เสมอมา
เพราะผมรู้ดีว่า "คุณค่าของหญิงมีมากยิ่งกว่าคุณค่าของชาย"
โดยเฉพาะในความหมายของความเป็นแม่ที่ว่านี้อยู่แล้วนั่นเอง
อย่างไรก็ดีผมมิได้จงใจจะยกภาระอันหนักอึ้งของโลกใบนี้
ให้สุภาพสตรีต้องแบกรับเอาไว้แต่ฝ่ายเดียวอย่างแน่นอน
ผมยังประทับใจ ไม่รู้จางกับภาพอันแสนงดงามของ พ่อ แม่ ลูก
ที่แม่ชีศันสนีย์ เสถียรสุต แห่งเสถียรธรรมสถานปลุกปั้นขึ้นมา
ภาพนั้นคือ "พ่อกอดแม่ แม่อุ้มลูก ผูกพัน สัมผัสด้วยรักอันลึกซึ้ง"
ผมเห็นไปไกลในทันทีว่า "ถ้ามนุษยชาติยังซาบซึ้งในภาพภาพนี้"
โอกาสที่โลกจะไม่ต้องแหลกลาญก็ยังมีอยู่ และอยู่แค่เอื้อมนี่เอง
และบัดนี้ผมยังซาบซึ้งและเปี่ยมด้วยความหวังอย่างหาที่สุดมิได้
เมื่อพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายา ในสมเด็จ
พระบรมโอรสาธิราชฯ สยามกุฏราชกุมาร ได้ทรงริเริ่ม "โครงการ
สายใยรักแห่งครอบครัว" ที่ครอบคลุมไปถึง "พ่อแม่ลูกปู่ย่าตายาย
และญาติมิตร" ซึ่งใกล้ชิด สัมพันธ์กัน ผูกพันด้วยสายใยแห่งรัก
และคุณธรรมประจำใจของแต่ละคน ซึ่งผมเห็นว่าโครงการแบบนี้
ไม่ว่าจะเกิดขึ้นที่ใดหรือโดยใคร ก็จะเป็นโครงการที่ยิ่งใหญ่
และจำเป็นที่สุดในโลกอยู่ในตัวแล้ว ทั้งถ้ารัฐบาลและองค์การ
ของโลกให้การสนับสนุนเต็มกำลัง สื่อมวลชน ทุกสาขาหันมา
สนใจอย่างจริงจัง รวมพลังกันทุกฝ่าย แล้วขยายไปทั่วโลก
วิกฤติการณ์ทั้งหลาย ก็จะคลี่คลายในไม่ช้า
เพราะทันทีที่เด็กเริ่มอิ่มอุ่น สมบูรณ์ด้วยสัมผัส จิตก็จะสงบง่าย
เป็นเหตุให้ค้นพบอิสรภาพจากภายใน ไม่โหยหาจากภายนอก
เขาก็จะเติบโต ขึ้นเป็นคนสุขุม หนักแน่น สู้งานหนัก รักงานยาก
ชอบฝากฝีมือ กระตือรือร้น ขวนขวายช่วยเหลือ เอื้อเฟื่อเผื่อแผ่
ไม่เห็นแก่ตัว ไม่มัวเมาอบายมุข เพราะ มีความสุขอยู่แล้วจากภายใน
พูดง่ายๆ ก็คือเป็นคนมีคุณภาพ มีคุณธรรม พร้อมแก้ไขวิกฤติ
มีจิตเป็นสาธารณะ รู้จักเสียสละ และสร้างสรรค์จรรโลงโลก
สรุปว่า นี่คือเรื่องแรกซึ่งสำคัญที่สุดที่ผมอยากจะฝากไว้
ภัยร้ายเฉพาะหน้าของโลกไม่ได้เกิดจากธรรมชาติ แต่เกิดมา
จากความอวดฉลาดของมนุษยชาตินั่นเอง ที่หนักหนาสาหัสที่สุด
และส่งผลกระทบให้เกิดวิกฤติไปแทบทั้งหมด ก็คือสภาวะ
"แม่คนที่หายไป" (รวมถึงพ่อด้วย) ผู้ที่ทำให้เด็กเกิด
เลี้ยงลูกเองไม่ได้ เลี้ยงลูกได้ก็ไม่เป็น หรือเลี้ยงลูกไม่ถูกทาง
เพราะตัวเองก็เอาตัวไม่รอด หรือถูกโครงสร้างสามานย์บีบบังคับ
เนื่องจากโลกทั้งโลกขาดการศึกษาและไร้คุณธรรมอย่างรุนแรง
เรื่องเร่งด่วนที่สุดของมนุษยชาติ จึงไม่มีเรื่องใดจะจำเป็นยิ่งไปกว่า
การทำให้ "แม่คนหวนกลับมา" ให้ "พ่อคนน่าบูชา" ซึ่งต้องอาศัย
การร่วมมือ ร่วมใจกันทั้งโลกและทุกภาคส่วน ปรับโครงสร้างโลก
กันใหม่ ให้มีการศึกษาที่ถูกต้อง และฟื้นฟูศีลธรรมกันอย่างจริงจัง
เริ่มจากการสร้างค่านิยมใหม่ ที่ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มากที่สุด
ใครมีส่วนทำให้ "แม่คนต้องหายไป" ขอให้ถือกันจริงจังว่า
เขาคนนั้น องค์กรนั้น หรือรัฐบาลนั้น ได้กระทำบาปหนาสาโหด
ขั้นอนันตริยกรรม ข้อที่หนักที่สุด จะต้องรีบหยุดยั้งเสียในทันที
และในทางกลับกันใครมีส่วนทำให้ "แม่คนหวนกลับมา"
ขอให้ถือ จริงจังเช่นกันว่า เขาคนนั้น องค์กรนั้น หรือรัฐบาลนั้น
ได้กระทำบุญอเนกอนันต์ ขั้นอนุตรกุศล ข้อที่ยอดเยี่ยมที่สุด
จะต้องรีบช่วยกันส่งเสริมและเข้าไปสนับสนุนกันในทันทีทันใด
ปัจจุบันทันข่าวเรื่องราวรอบตัว
จากหลากหลายแหล่งข่าว เอามาแจกกันอ่าน โปรดใช้วิจารณญาณ
วิเคราะห์ข่าวสารด้วยสติปัญญาของแต่ละคนเอง โดยอิสระเสรีเถิด
ข่าวล่ามาแรง
ข่าวคุณภาพชีวิต
ข่าวเศรษฐกิจ
ข่าวการศึกษา
ข่าวการเมือง
ข่าวต่างประเทศ
- น้ำมันขยับเล็กน้อย-หุ้นมะกันปิดบวกหลังซิตี้กรุ๊ปเชื่อฟื้นตัวถาวร
- คุก1ปี ผัวมะกันหื่นแอบถ่ายคลิปเปลือยเมียตัวเองขณะอาบน้ำ
- ผวาม็อบแดง!ฮ่องกงเตือนภัยเยือนไทยขั้นสูง-สั่งยกเลิกแพกเก็จทัวร์ทั้งหมด
- มหาเศรษฐีรับตำแหน่งปธน.ชิลี-ปชช.คาดหวังช่วยฟื้นปท.หลังแผ่นดินไหว
- "เฉลียว กระทิงแดง" รวยสุดในไทย ติดอันดับ 208 ของโลก















