นกขมิ้นเหลืองอ่อน

นกขมิ้นเหลืองอ่อน

นกขมิ้นเหลืองอ่อน
ค่ำแล้วจะนอนไหน ?
“นอนใต้ร่มโพธิ์ไทร
ใกล้ๆ กับเจดีย์ร้าง”
ใยไม่กลับรวงรัง ?
“ความหวังยังคั่งค้าง”
เจ้าหวังได้อะไรบ้าง ?
“หวังแค่ทางสร้างโลกใหม่”
โลกเก่าเราอยู่กัน
มันไม่ดีที่ตรงไหน ?
“ตรงมันร้อนจนเกินไป
จะลุกเป็นไฟในไม่ช้า”
คิดมากไปหรือเปล่า
คนเขาจะว่าบ้า ?
“นั่นไงไฟตัณหา
มันลามมาท่วมโลกแล้ว”

คนถามทำหน้างง
คนตอบคงทำตาแป๋ว
นอนข้างถนนเหมือนหมาแมว
หลายเดือนแล้วไม่กลับบ้าน

โถ ! พ่อชายฉกรรจ์
ใยคิดสั้น ไม่ทำงาน
ราวกับคนเกียจคร้าน
ส่อสันดานไม่น่าคบ
คนต่อว่าหน้าตาเฉย
คนเป็นจำเลยยิ้มสยบ
เยือกเย็นเห็นภูมิภพ
จิตสงบเสงี่ยมเงียบ
โลกร้อนใกล้ละลาย
ธรรมะตายมลายเรียบ
ผู้คนวุ่นวนเหยียบ
ย่ำกันเองไม่เกรงกรรม
ผู้คนวุ่นวนยื้อ
แย่งกันคว้าแย่งกันคลำ
บางคนกอบ บางคนกำ
บางคนคว้าได้น้ำเหลว
คนเรียบร้อย รู้ละอาย
คนหยาบคาย ย่อมเย้วๆ
อยู่กันอย่างเลวๆ
ไม่รู้บาป ไม่รู้บุญ

เขาจึงตัดสินใจ
หลีกเร้นไกลจากโลกวุ่น
สู่แสงธรรมอันอบอุ่น
บนเส้นทางอันว้างเวิ้ง
เหมือนนกขมิ้นน้อย
ปลดปล่อยปีกลอยเริง
โบยบินไปสิ้นเชิง
หมดเยื่อใยในรังรวง
ทิ้งทางโลภโกรธหลง
รื้อกรง ทำลายบ่วง
ข่มรัก หักแหนหวง
เลิกหวังได้ ใฝ่หวังดี
เป็นตายที่ไหนนั่น
พอกัน เพียงเท่านี้
ตายก่อนตายได้ทันที
จบชีวี ที่วุ่นวาย

ฝากไว้เพียงหวังว่า
โลกใหม่ จะไม่สาย
ผู้คนไม่เดียวดาย
เหมือนผู้ชายคนนี้อีก..

"เชิญติดตามเล่มต่อไป" จากใจ..นายตะวัน

Loading...

ปัจจุบันทันข่าวเรื่องราวรอบตัว

จากหลากหลายแหล่งข่าว เอามาแจกกันอ่าน โปรดใช้วิจารณญาณ
วิเคราะห์ข่าวสารด้วยสติปัญญาของแต่ละคนเอง โดยอิสระเสรีเถิด