ถ้อยคำอำลา

ถ้อยคำอำลา

ยามสงคราม ทหารกล้าที่ถูกส่งไปรบแนวหน้าในสมรภูมิ
ย่อมจะหาสิ่งยึดเหนี่ยวใจ ไม่ให้ขลาดกลัว หรือผู้เฉลียวฉลาดก็อาจจะหาอุบาย
สอนใจตัวเองให้อาจหาญ ไม่สะทกสะท้านต่อความตายที่อาจจะมาถึง ฉันใด
นายตะวันก็ฉันนั้น เมื่อตัดสินใจส่งตัวเองออกมารบในสมรภูมิสงครามกิเลสโลก
ซึ่งย่อมเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายไม่แพ้กัน ก็ได้ออกอุบายบอกกับใจตัวเองว่า
“กูได้ตายไปแล้ว” แบบที่ท่านอาจารย์พุทธทาสสอนให้ “ตายก่อนตาย”
ต่อจากนี้ไป สิ่งที่เหลือก็แค่ลมหายใจ สังขารร่างกาย และจิตวิญญาณ
เพื่อทุ่มเททำปณิธาน.. ได้เท่าไรก็เท่านั้น.. ถึงวันไหนที่หมดลมหายใจไปจริงๆ
ก็จะเป็นแค่การดับสนิทแห่งชีวิตที่ได้ตายไปก่อนหน้านี้แล้ว เป็นการปลดภาระ
หมดหน้าที่ ได้พักผ่อนนิรันดรเสียที ไม่มีความอาลัยหรือเสียดายชีวิตอีก

เมื่อตัดใจได้เช่นนี้ นินทาหรือสรรเสริญก็ไร้สาระ ทุกข์หรือสุขก็ไร้แก่นสาร
อนาถาหรือว่ายิ่งใหญ่ก็หมดความหมาย จนหรือรวยก็ไม่สำคัญอีกต่อไป
พอแล้ว จบแล้ว กับชีวิตนี้ ที่ถูกใช้มาอย่างคุ้มสุดคุ้ม ทั้งทางโลกทั้งทางธรรม

ส่วนผู้คน ชุมชน ประเทศชาติ และโลกทั้งโลก จะดำเนินไปอย่างไร
จะรับฟังข้อเสนอของคนตายไปแล้วคนนี้หรือไม่ ? ก็ตามแต่อัธยาศัยของเขาเถิด
สัพเพ ธัมมา นาลัง อะภินิเวสายะ สิ่งทั้งหลายทั้งปวงไม่ควรยึดมั่นถือมั่น
กัมมุนา วัตตะตี โลโก สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม
ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว ทำลายได้ย่อยยับ สร้างสรรค์ได้รุ่งเรือง
แตกสามัคคีพินาศ สามัคคีกันสันติภาพ ทั้งหมดก็มีด้วยประการฉะนี้.. แล ฯ

อ่านตอนต่อไปคลิกที่ลิงค์นี้ http://www.naaitawan.com/node/69

Loading...