แล้วพ่อแม่ล่ะ..ไม่สงสารท่านหรือ ?
แล้วพ่อแม่ล่ะ ทราบว่า..
ท่านยังมีชีวิตอยู่ ไม่สงสารท่านบ้างหรือ ?
ผมก็ปุถุชนคนธรรมดา เห็นน้ำตาพ่อแม่ ทำไมจะไม่ปวดร้าว !
แต่พระพุทธเจ้าก็ทรงทำแบบนี้ อย่าเพิ่งเข้าใจผิด ผมไม่บังอาจคิดยกตัวเอง
ขึ้นไปเทียบเท่าพระพุทธเจ้าเด็ดขาด แบบนั้นมันคนเลว ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง
เพียงแต่มั่นใจว่า ปณิธานที่ผมทำอยู่นี้ เข้าได้กับพระประสงค์ของพระพุทธเจ้า
(หรือแม้แต่ของพระศาสดาในทุกๆ ศาสนาด้วยซ้ำไป) ผมก็เลยถือว่า
การมารอนแรมแบบนี้ นอกจากได้ท่องเที่ยวเป็นส่วนตัวแล้ว ก็ยังนับได้ว่า
ได้มารับใช้พระพุทธเจ้า เป็นพุทธทาสน้อยๆ อีกคนหนึ่ง ในพระศาสนาด้วย
หรือจะเปรียบกับทหารที่ถูกเกณฑ์ไปสงครามก็ได้ พ่อแม่ก็ต้องร้องไห้ทุกคน
เพียงแต่แบบนั้นเข้าใจกันง่าย เพราะทหารหาญถูกเกณฑ์ด้วยทางราชการ
ที่พ่อแม่เองก็ยอมรับได้ และต่างก็ถูกปลูกฝังให้ภูมิใจว่า การสละชีพเพื่อชาติ
คือเกียรติยศอันสูงสุดของชายชาติทหาร ส่วนในกรณีของผมนี้ ผู้คนเข้าใจยาก
เพราะไม่มีใครเกณฑ์มา มันเป็นความสมัครใจของตัวเอง ที่คนอื่นเขาไม่รับรู้ด้วย
แต่ถ้าสังคมโลกนี้ยังพอมีดวงตาบ้าง ก็คงจะเห็นได้เองว่า นี่ก็สละชีพเพื่อชาติ
และเพื่อโลกเช่นกัน มันก็จึงไม่มีอะไรด้อยไปกว่า “ทหารกล้าในสมรภูมิ” เลย
เมื่อพูดถึงพ่อแม่ของผม ที่ท่านต้องมาเสียน้ำตา ผมก็หวังอยู่ว่า
สังคมนี้ โลกใบนี้ แม้จะหวาดระแวงผม จนแทบจะรุมกระทืบให้จมดิน
ซึ่งเป็นสิทธิ์ที่แต่ละคนจะคิดกันไปได้ แต่ก็โปรดได้ยั้งคิด แล้วละเว้นผมสักคน
เพื่อเห็นแก่ผู้เฒ่าสองตายาย ไม้ใกล้ฝั่ง ซึ่งเฝ้าจดจ่อรอฟังข่าวลูกชายคนนี้อยู่
อ่านตอนต่อไปคลิกที่ลิงค์นี้ http://www.naaitawan.com/node/65
ปัจจุบันทันข่าวเรื่องราวรอบตัว
จากหลากหลายแหล่งข่าว เอามาแจกกันอ่าน โปรดใช้วิจารณญาณ
วิเคราะห์ข่าวสารด้วยสติปัญญาของแต่ละคนเอง โดยอิสระเสรีเถิด















