ความคิดอย่างนี้ .. ตั้งแต่เมื่อไร ?
ความคิดอย่างนี้
ปณิธานแบบนี้ เริ่มมีมาตั้งแต่เมื่อไร ?
ผมขอออกตัวก่อนว่า “นายตะวันไม่ได้ดีเด่ไปกว่าใคร ไม่ใช่ผู้รอบรู้อะไร”
พอมีของดีกับเขาบ้าง ก็ตรงที่ทุกครั้งที่สับสน จะค้นพบทางออกได้เอง
ด้วยการกลับไปเล่นลมหายใจ (อานาปานสติ) ที่จำความไม่ถนัดแล้วว่า
ค้นพบครั้งแรกเมื่อไร เพราะยังเล็กอยู่มาก ยังไม่เข้าโรงเรียนเลย มันเป็น
ความบังเอิญขณะที่เป็นไข้ อยู่ในอ้อมอกของแม่ และได้ยินคำปลอบโยนว่า
“อีกไม่นานก็หายแล้วลูก” ลมหายใจก็เลยกลายเป็นที่หลบภัยของผมเรื่อยมา
ทั้งยังเป็นกีฬาทางใจ ที่เล่นได้ทุกที่ทุกเวลาอีกด้วย แทบทุกครั้งที่ผมยืนอยู่นิ่งๆ
เดินแบบเรื่อยเปื่อย นั่งแบบเหม่อๆ หรือนอนแบบเงียบๆ ที่มักถูกคนใกล้ชิด
ถามว่า “คิดอะไรอยู่ ใจลอยไปถึงไหน ?” ที่แท้แล้ว “ผมกำลังเล่นกีฬานี้อยู่”
มันเป็นประสบการณ์ที่บรรยายถ่ายทอดเท่าไรก็ไม่มีวันหมด พอพูดได้แต่เพียงว่า
ทุกผลงานหรือทุกปณิธานของผมล้วนมีจุดเริ่มต้นมาจากลมหายใจแบบนี้ทั้งสิ้น
แต่ก็เป็นธรรมดา บางเวลาผมก็เคยสับสนไปบ้าง อย่างตอนเข้าโรงเรียนระบบคอก
มันก็หลงทาง คิดอยากร่ำอยากรวย อยากเป็นใหญ่เป็นโต ไปตามเรื่อง
ครั้นพอได้ไปบวชเรียน ก็เหมือนได้ออกจากคอก ความคิดอย่างนี้ ปณิธานแบบนี้
มันก็กลับมาอีก ยิ่งหลังจากจบปริยัติ (ป.ธ.๙) มีโอกาสได้เดินธุดงค์ตามลำพังผู้เดียว
เป็นเวลาแรมปี คราวนี้เข้มแข็งมาก จะว่ามั่นคงเลยก็ได้ แม้สึกหาลาเพศออกมา
มันก็จึงเป็นแค่การเปลี่ยนเครื่องแต่งกายเท่านั้น ส่วนชีวิตจิตใจไม่ได้เปลี่ยนไปเลย
สรุปว่า ความคิดอย่างนี้ ปณิธานแบบนี้ เกิดมีมาตั้งแต่เล็กจนโต ไม่ใช่เพิ่งมาเกิด
อ่านตอนต่อไปคลิกที่ลิงค์นี้ http://www.naaitawan.com/node/62
- ล็อกอิน เพื่อแสดงความคิดเห็น








