๙. อำนาจ และการอำนวยความเสมอภาคในสังคม
๙. อำนาจ และการอำนวยความเสมอภาคในสังคม
การต้องมีผู้นำเป็นธรรมชาติธรรมดาของสัตว์ที่มีพัฒนาการ
มนุษย์ก็เป็นสัตว์สังคม และได้สั่งสมอารยธรรมมาล้ำหน้าสัตว์อื่น
รวมถึงการรู้จักสรรหาผู้นำด้วย แต่ก็น่าเสียดายและน่าอับอายไม่น้อย
เพราะไปๆ มาๆ การสรรหาผู้นำของมนุษย์นั้น ไม่รู้ทำกันอีท่าไหน
กลายเป็นว่าเกือบทั้งโลก ถูกปกครองด้วยผู้นำที่เห็นแก่ตัวมากกว่า
เห็นแก่ส่วนรวม คนแบบนี้เข้ามามีอำนาจได้อย่างไร น่าตกใจยิ่งนัก
สะท้อนให้เห็นว่า วิธีการสรรหาหรือว่าเลือกตั้งเพื่อให้ได้ผู้แทน
หรือผู้นำมนุษย์นั้น มันไร้ซึ่งประสิทธิภาพหรือถูกแซกแซงได้ง่าย
จนเป็นช่องทางให้แม้แต่โจรผู้ร้ายก็อาจจะอาศัยอิทธิพลหรือความร่ำรวย
ฉ้อโกงชาติเข้ามากุมอำนาจรัฐหน้าตาเฉย ซึ่งย่อมจะลงเอยทำให้อำนาจนั้น
ไม่ได้อำนวยความเสมอภาคในสังคมอย่างแท้จริง โลกทั้งโลก
ก็จึงถูกลากไปในหนทางที่อันตรายอย่างยิ่ง อย่างที่เห็น อย่างที่เป็นกันอยู่
ถ้าเพียงแค่มนุษย์ไม่มัวไปยึดติดกับระบอบแบบบ้าคลั่ง
ไม่มัวไปคาดหวังกับวิธีการสรรหาหรือเลือกตั้งว่าต้องแบบนั้นแบบนี้
แล้วมุ่งไปที่สาระหลัก คือจักต้องได้คนดี คนที่มีความรู้ความสามารถ
คนที่ซื่อสัตย์สุจริตและเสียสละจริงๆ เข้ามามีอำนาจเป็นสำคัญ
ถ้ามันปรากฏว่า วิธีการนั้นๆ ใช้มาแล้วสักกี่ครั้ง มันก็ยังได้คนเลว
คนที่เห็นแก่ตัว คนที่ร่ำรวยจากการฉ้อโกง เข้ามามีอำนาจอยู่นั่นเอง
ส่วนคนดีแท้ คนที่เสียสละจริง ซึ่งมักจะไม่ร่ำรวย ไม่เคยเข้ามาได้เลย
ก็จะมัวไปยึดติดระบอบและวิธีการนั้นๆ อยู่ทำไม ?
ถ้าจำเป็นจะต้องคิดหาระบอบใหม่ที่อาจจะไม่เหมือนใครเลยในโลก
ก็ควรจะต้องทำอยู่แล้ว ไม่เห็นจะต้องไปแคร์ประเทศอื่น
ซึ่งโดยมารยาทก็จะต้องเคารพกันและกันมิใช่หรือ ?
ขอเพียงแค่แต่ละประเทศได้คนดีจริงๆ คนเก่งแท้ๆ และคนไม่เห็นแก่ตัว
เข้ามาเป็นผู้นำ ถึงจะด้วยระบอบและวิธีการที่ไม่เหมือนกันเลย
จนเกิดมีระบอบการปกครองแบบใหม่เกิดขึ้นมาหลากหลายกันไปทั้งโลก
ก็เป็นเรื่องที่น่ายินดี และเป็นเครื่องบ่งชี้ว่ามนุษย์ในโลกนี้มีสติปัญญาแท้
จึงไม่เอาแต่ลอกเลียนแบบกันๆ แบบเขลาๆ แล้วก็เอาดีไม่ได้สักประเทศ
บางทีข้อเสนอนี้อาจจะกลายเป็นทางออกของโลกใหม่ในไม่ช้าก็เป็นได้
เพราะโดยธรรมดาชีวิตและสังคมก็จะต้องมีแตกต่างหลากหลายกันอยู่แล้ว
ที่สำคัญที่สุด
หากมนุษยชาติเฉลียวฉลาดจริงก็จะต้องมีอธิปไตยที่ถูกต้อง
สัตว์เดรัจฉานย่อมเป็นอัตตาธิปไตย เพราะมันไม่รู้ แต่มันก็อยู่กันไปได้
เพราะธรรมชาติสร้างให้พวกมันไม่เรื่องมาก
มีแต่มนุษย์เท่านั้นที่อยู่กันยาก เพราะเรื่องมากเหลือเกิน
ก็จึงต้องพัฒนาจนมีโลกาธิปไตย หรือที่มีปรากฏอยู่ในโลก
ทุกวันนี้ ๒ ระบอบใหญ่ๆ คือ ประชาธิปไตย และสังคมนิยม นั่นเอง
ทั้ง ๒ ระบอบนี้ ต่างก็ยึดหลักฟังเสียงส่วนใหญ่ของประชาชนเป็นสำคัญ
เพียงแต่มีหลักการปกครองและวิธีการฟังเสียงประชาชนที่ต่างกันเท่านั้นเอง
ทีนี้ยังมีปัญหาอยู่ว่า
ถ้าเสียงส่วนใหญ่นั้น เป็นเสียงที่ไม่ถูกต้องอย่างแท้จริงเล่า ?
สังคมโลกยังจะไปรอดหรือ ? คำตอบก็คือไปไม่รอดอยู่แล้ว
โลกาธิปไตยอย่างเดียวก็จึงยังไม่พอ จำเป็นจะต้องมีธรรมาธิปไตย
ที่ถือเอาความถูกต้องมาช่วยด้วยเสมอไป เพราะไม่ว่าจะประชาธิปไตย
หรือสังคมนิยมก็ตาม ถ้าจะให้ปลอดภัยแท้ จำเป็นต้องอาศัย
ธรรมาธิปไตยมากำกับไว้ด้วยเสมอ จึงจะช่วยให้โลกนี้มีสันติภาพจริงๆ
เรื่องอำนาจและการมอบอำนาจให้แก่ผู้สมควรนี้นับได้ว่าสำคัญยิ่งในโลก
เพราะโลกจะล่มจมหรือวัฒนาถาวรก็ขึ้นอยู่กับเรื่องนี้เป็นเรื่องหลักตลอดไป
นี่ก็เป็นอีกทางหนึ่งซึ่งสำคัญมากหากจะสร้างโลกใหม่โดยไม่ล่มจมไปเสียก่อน..
ปัจจุบันทันข่าวเรื่องราวรอบตัว
จากหลากหลายแหล่งข่าว เอามาแจกกันอ่าน โปรดใช้วิจารณญาณ
วิเคราะห์ข่าวสารด้วยสติปัญญาของแต่ละคนเอง โดยอิสระเสรีเถิด
ข่าวล่ามาแรง
ข่าวคุณภาพชีวิต
- สปสช.เพิ่มสิทธิผู้ป่วยไตวายเข้าถึงยาเพิ่มเลือดตั้งแต่ 1 ตุลาคมนี้
- ไข้เลือดออกดุ ป่วยแล้ว 7 หมื่นราย พบเด็กต่ำกว่า 15 ปี ร้อยละ 60
- กทม.ตั้งเป้าปี 55 ลดคาร์บอนไดออกไซด์ 15 เปอร์เซ็นต์
- “มาร์ค” ดึงมหา'ลัยเป็นเจ้าภาพสร้างความปรองดอง-ลดความเหลื่อมล้ำ
- ใจสู้! รพ.กลางชี้หญิงอ้วนสุขภาพจิตดี เผย 1 สัปดาห์น้ำหนักลด 7 กก.














