๘. สัมมาอาชีพ และคุณภาพชีวิต
๘. สัมมาอาชีพ และคุณภาพชีวิต
คนเราเกิดมาจะต้องหาเลี้ยงตัวและเลี้ยงครอบครัวให้เป็นสุข
ถ้ามีความสามารถสร้างเนื้อสร้างตัวจนร่ำรวยเป็นเศรษฐีมหาเศรษฐีได้ด้วย
ก็เป็นเรื่องที่น่าสรรเสริญ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นจะต้องอยู่ภายใต้หลักการที่ว่า
ความร่ำรวยเป็นเศรษฐีมหาเศรษฐีนั้นจะต้องได้มาโดยชอบธรรมเท่านั้น
คือต้องได้มาจากอาชีพการงานอันสุจริตสะอาดปราศจากมลทิน
ซึ่งเรียกว่า “สัมมาอาชีพ” โดยส่วนเดียว
จะไปคดโกงเอารัดเอาเปรียบผู้อื่นมาหาชอบไม่ ! เพราะจะทำให้
แม้ร่ำรวยเพียงไหนก็จะไม่พ้นมลทิน และย่อมจะได้ชื่อว่า “เป็นมหาโจร”
เพราะปล้นเอาของคนอื่นหรือของส่วนรวมมาเป็นของของตนอย่างน่าชัง
คนเช่นนี้ต่อให้มีเงินทองมาก ก็ไม่มีความสุขที่แท้ได้ เพราะจิตใจของเขา
ย่อมสกปรกโสมม จมปรักอยู่กับความโลภและความเห็นแก่ตัวอันชั่วร้าย
คล้ายกับตกนรกทั้งเป็น เน่าเหม็นอยู่ภายใน ร่ำรวยแต่ไร้ซึ่งคุณภาพชีวิต
ชีวิตคนเราแค่เท่าทันโลกธรรม
มีลาภเสื่อมลาภ มียศเสื่อมยศ มีสุขมีทุกข์ มีสรรเสริญมีนินทา
หาจีรังยั่งยืนไม่ แล้วรู้จักทำใจให้สุขง่ายทุกข์ยาก
ได้ในทุกข์กรณี ทีนี้ไม่ว่าจะรวยหรือจน ก็จะเป็นคนไม่มีความทุกข์อีกแล้ว
พอเท่าทันโลกธรรม จิตก็จะไม่หวั่นไหว ทำให้มีความอดทน ขยันขันแข็งได้
โดยไม่ต้องคอยให้กิเลสตัณหามาไสหัวก่อนจึงค่อยทำ
พอมีความอดทนและขยันหมั่นเพียรในอาชีพการงาน
แม้ไม่ถึงกับร่ำรวยก็ย่อมพอจะมีทรัพย์
ประกอบกับไม่เป็นคนเห็นแก่ตัว ก็จึงเสียสละได้ รู้จักเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ให้
แก่เพื่อนร่วมโลกตามกำลังของตน จึงเป็นคนที่น่านับถือ
ไปไหนมาไหนย่อมผูกไมตรีเอาไว้ได้
ยามสังคมส่วนรวมต้องการความร่วมมือ
ก็ร่วมด้วยช่วยกันด้วยความยินดีเต็มใจ
เลยทำให้สังคมพลอยเข้มแข็งและมั่นคงขึ้นไปอีก
คนแบบนี้ได้ชื่อว่า เป็นผู้มีสัมมาอาชีพ และมีคุณภาพชีวิตดีอย่างแท้จริง
ถ้าเพียงคนส่วนใหญ่ในโลกนี้ร่วมแรงร่วมใจกัน
ส่งเสริมให้เกิดมีคนแบบนี้ให้มากๆ
ก็จะเป็นอีกทางหนึ่งสำหรับสร้างโลกใหม่ให้มั่งมีศรีสุขกันได้จริงๆ..
- ล็อกอิน เพื่อแสดงความคิดเห็น








