๒. ฝึกฝน สร้างสรรค์ ใฝ่ฝัน เรียนรู้
๒. ฝึกฝน สร้างสรรค์ ใฝ่ฝัน เรียนรู้
ลูกไก่ที่เกิดมา
พ่อแม่ของมันก็ฝึกหัดให้มันรู้จักคุ้ยเขี่ยหาอาหารกิน
ลูกนกที่เกิดมา
พ่อแม่ของมันก็ฝึกหัดให้บินไปหาแหล่งอาหารอันไกลโพ้น
แต่ทำไม ? ไปๆ มาๆ ลูกของคนที่หลงว่าตนเฉลียวฉลาดนัก
ในทุกๆ วันนี้ กลับต้องถูกกะเกณฑ์เคี่ยวเข็ญไปเข้าคอก
เพื่อจะได้กรอกดาต้ามหาศาล ตามความต้องการของผู้ใหญ่
โดยมีครูเป็นผู้คอยรังแก และพ่อแม่เป็นผู้เฝ้าคาดหวังบังคับ
ชนิดที่แทบจะไม่มีใครใส่ใจว่า “นั่นคือบาปมหันต์”
มันเป็นเรื่องน่าเศร้าที่สุดของมนุษยชาติในยุคไอทีไฮเทคโนโลยีนี้แล้ว
ความเมาดาต้า บ้าเปเปอร์ โอเวอร์ไฟล์ หรือการศึกษาระบบคอก
คือมหามิจฉาทิฐิของสังคมโลก ที่ทำกันปานประหนึ่งว่า
คนรุ่นหลังเขาจะคิดอะไรไม่เป็น ดังนั้นคนรุ่นเราจะต้องจัดเก็บข้อมูล
ทุกอย่างเอาไว้ให้เขาได้มาอ่าน ทั้งๆ ที่ยังไม่ข้ามคืนเลย
ข้อมูลนั้นๆ มันก็เฉิ่มเชยล้าสมัยไปเสียแล้ว ก็ยังไม่รู้สึกไม่รู้สำนึกกันสักที
สุดท้ายคนจบปริญญาก็พึ่งพาตัวเองไม่ได้ คนจบดอกเตอร์
ก็ไม่เจอทางออก เป็นแค่บัณฑิตหลอกๆ หรือแบบที่หลงๆ กันไป
ไม่ใช่ตัวจริงเสียงจริงสักนิดเลย
ทำไมถึงเป็นเช่นนี้ ก็เพราะคนที่ให้การศึกษา
ต่างก็เอาแต่มัวเมาดาต้า หลงบ้าเปเปอร์ เพ้อเจ้อโอเวอร์ไฟล์
กันอย่างงมงาย ช่างไม่อายไก่ ช่างไม่อายนก
ถ้าเพียงแค่คนทั้งโลกเข้าใจเสียใหม่ว่า
“บัณฑิตที่แท้จริงไม่ใช่แค่ผู้รู้” แต่จะต้องหมายถึง “ผู้ที่เอาตัวรอดได้”
และอย่างสุดท้ายขั้นประเสริฐที่สุด คือ
“ผู้ที่สามารถนำพาสังคมให้พ้นจากความล่มจมไปสู่ความสวัสดีได้ด้วย”
ตัวอย่างเช่นพระศาสดาทุกพระองค์ทรงเป็นบัณฑิตในความหมายสุดท้ายนี้
ซึ่งไม่มีทางเป็นไปได้แค่กรอกดาต้าให้มาเต็มหัวสมองอย่างที่ทำๆ กันอยู่
หนทางเดียวแห่งการศึกษาแท้มาแต่ดึกดำบรรพ์ล้วนมาจากการได้ฝึกฝน
ด้วยตนเองทั้งนั้น โรงเรียนหรือมหาวิทยาลัยจะต้องไม่ใช่ผู้จัดการศึกษา
ควรถูกลดฐานะลงมาให้เป็นแค่ผู้อำนวยความสะดวกในการศึกษาเท่านั้น
กล่าวคือจะเป็นแค่ผู้คอยเอาใจใส่ให้เด็กๆ หรือแม้แต่ผู้ใหญ่ได้ฝึกฝน
ด้วยตนเอง โดยลดเรื่องหลักสูตรที่จะต้องบังคับกะเกณฑ์ลงให้มากที่สุด
แล้วเอาความจริงของชีวิตของสังคมที่เขาจะต้องดำรงอยู่และดำเนินต่อไป
มาให้เขาได้ฝึกเอาตัวรอด และอย่างที่มีบาปบุญคุณโทษกำกับไว้เสมอ
เมื่อใดที่สัมมาทิฐิทอแสง
การศึกษาแบบแก่งแย่งแข่งขันก็จะหมดสิ้นไป
เด็กๆ หรือแม้แต่ผู้ใหญ่ก็ได้รับการศึกษาที่ถูกต้อง มีโอกาสได้ฝึกฝน
ได้สร้างสรรค์ ได้ใฝ่ฝัน ได้เรียนรู้ ตามที่เหมาะที่ควรแก่ตนเองเป็นสำคัญ
เพราะโลกปัจจุบันก็ได้มีไอทีไฮเทคโนโลยีที่ถึงขั้นปิดกั้นโลกไว้ไม่ได้อีกแล้ว
แหล่งเรียนรู้มีอยู่ทั่วไปแค่ปลายนิ้ว จนแทบไม่ต้องพึ่งพาครูเลยก็ยังได้
หากแต่มีความจำเป็นอย่างยิ่งยวด
ที่จะต้องฝึกให้เด็กๆ หรือแม้แต่ผู้ใหญ่
ได้ฝึกฝนกาย ฝึกหัดวาจา และฝึกภาวนาใจของตนๆ
ให้เป็นกุศลเสมอๆ จนกลัวบาป กล้าบุญ รู้คุณ เห็นโทษ
เท่าทันประโยชน์และมิใช่ประโยชน์กันได้จริงๆ
แล้วทำให้เห็นแก่ตัวน้อยลง รู้จักเสียสละเพื่อส่วนรวมได้มากขึ้นๆ
นี่เป็นอีกทางหนึ่งซึ่งสำคัญที่สุดในการพลิกแผ่นดินสร้างโลกใหม่ในยุคนี้..
- ล็อกอิน เพื่อแสดงความคิดเห็น








