๑. พ่อแม่ลูกรักผูกพัน
๑. พ่อแม่ลูกรักผูกพัน
บัดนี้โลกทั้งใบราวกับถูกเราสร้างให้กลายเป็นโลกทิพย์
เพราะมีไอทีไฮเทคโนโลยีที่ประดุจดังว่าเป็นตาวิเศษ หูวิเศษ
และเสมือนหนึ่งว่าต่างก็มีเวทมนต์ เพราะเหาะเหิรเดินอากาศได้
เป็นโลกแห่งความสะดวกสบายที่คงไม่แพ้สวรรค์วิมานในเทพนิยาย
แต่จะมีประโยชน์อะไร ถ้าในที่สุดแล้ว เราจะต้องแลกมาด้วยทุรสภาพ
อันสุดแสนจะวิปโยค แบบพ่อไปทาง แม่ไปทาง ทิ้งลูกๆ ให้เคว้งคว้าง
อย่างที่เห็นอย่างที่เป็นกันอยู่ “แม่คนที่หายไป พ่อหนูหายไปไหน ?”
เป็นโจทย์ที่ช่างน่าอับอายขายหน้าของมนุษยชาติผู้เฉลียวฉลาดนัก !
ถึงเวลามานานแล้ว ที่พวกเราทั้งโลกจะต้องร่วมแรงร่วมใจกัน
เอาสุภสภาพกลับคืนมา ให้พ่อแม่ลูกรักผูกพันกันได้เหมือนในอดีต
โดยที่เราไม่จำเป็นจะต้องไปทำลายโลกทิพย์ ตาวิเศษ หูวิเศษ
และเวทย์มนต์ อันต่างคนก็ต่างได้เสพติดมันไปแล้ว โดยประการใดๆ
เพียงแค่เราจะต้องมาช่วยกันคิดว่าจะทำอย่างไรให้ทุรสภาพนั้นหมดไป
และสร้างสุภสภาพใหม่ขึ้นมาให้พ่อแม่ลูกรักผูกพันกันตราบชั่วนิรันดร
ซึ่งก็ไม่ยากเกินไป หากเพียงแค่เราทั้งโลกปรับความคิดเห็นกันเสียใหม่
ให้เข้าใจตรงกันว่า “แม่คนที่หายไป พ่อหนูไปอยู่ไหน ?” นั่นไม่ใช่
แค่ปัญหาสังคม แต่มันคือจุดล่มจมของมนุษยชาติกันเลยทีเดียว
เมื่อปรับความคิดเห็นเช่นนั้นกันได้แล้ว ตั้งแต่นี้ต่อไป
เมื่อเห็นใครมีส่วนทำให้ “แม่คนหายไป พ่อหนูไม่รู้อยู่ไหน ?” เช่น
หน่วยงานของรัฐ โรงงานอุตสาหกรรม และสถานประกอบการพาณิชย์
ที่เอาแต่พ่อแม่มาใช้งาน อาทิเอามาใช้ให้เป็นครูของลูกชาวบ้าน
แต่กลับเป็นพ่อเป็นแม่ของลูกตัวเองก็ไม่ได้หรือเป็นได้ก็ไม่ดี แบบนี้บ้าง
เป็นแรงงานในโรงงานหรือร้านค้าอันห่างไกล ไร้ศักดิ์ศรีแห่งความเป็นคน
จนไม่สามารถดูแลพ่อแม่ที่แก่ชราและเลี้ยงลูกๆ ที่เกิดตามมาได้จริงๆ
จำเป็นต้องทอดทิ้งให้คนแก่ใกล้ตายกับเด็กน้อยเกิดใหม่ต้องดูแลกันเอง
ทุรสภาพนี้สุดที่จะบรรยาย ช่างน่าอับอายขายหน้าตัวเองนัก แบบนี้บ้าง
จะต้องถือว่าหน่วยงานหรือสถานประกอบการนั้นๆ ทำบาปอย่างมหันต์
ชนิดที่จะให้อภัยอีกต่อไปไม่ได้เลย เพราะนั่นไม่ใช่แค่ก่อปัญหาให้สังคม
แต่เขากำลังนำความล่มจมมาสู่มวลมนุษยชาติหมดทั้งโลกกันเลยทีเดียว
ถ้าผู้คนทั้งโลกต่างก็เห็นตรงกันเช่นนี้
เชื่อได้ว่า ย่อมไม่มีรัฐบาลไหน โรงงานอุตสาหกรรม
หรือสถานประกอบการพาณิชย์ใด จะกล้าทำบาปนี้อีก
แล้วโอกาสที่ทุกภาคส่วนของสังคมจะระดมความคิด
และกิจกรรมทั้งปวงมาส่งเสริมให้พ่อแม่ลูกรักผูกพันกันได้
ในทุกๆ กรณี ก็จะกลับมาเป็นความจริง จนถึงกับว่าในวันหนึ่ง
“การที่พ่อแม่เลี้ยงลูก หรือการที่ลูกดูแลพ่อแม่นั้น
จะไม่ใช่เป็นแค่เรื่องส่วนตัว” อีกต่อไป แต่จะกลายเป็นเรื่องส่วนรวม
อันสำคัญที่สุด ที่ผู้คนทั้งสังคมจะต้องช่วยเหลือกัน
เช่น เห็นพ่อแม่คู่ใดเลี้ยงลูกเองไม่ได้ ลูกน้อยคนนั้นก็จะไม่เคว้งคว้าง
เพราะก็ยังจะมีผู้ไปช่วยเลี้ยงดูและฝึกฝนอบรมเขาเป็นอย่างดี
คนแก่ชราที่ไม่มีลูกหรือลูกของเขาไม่สามารถมาดูแลได้
ก็จะไม่เดียวดาย เพราะก็ยังจะมีผู้เข้าไปเอาใจใส่ปรนนิบัติยามเจ็บไข้
และในยามล้มตายได้อย่างมีศักดิ์ศรี นี่คือทางสร้างโลกใหม่ข้อที่ ๑
ซึ่งทุกคนบนโลกนี้มีหน้าที่ที่จะต้องร่วมแรงร่วมใจกัน..
ปัจจุบันทันข่าวเรื่องราวรอบตัว
จากหลากหลายแหล่งข่าว เอามาแจกกันอ่าน โปรดใช้วิจารณญาณ
วิเคราะห์ข่าวสารด้วยสติปัญญาของแต่ละคนเอง โดยอิสระเสรีเถิด
ข่าวล่ามาแรง
ข่าวคุณภาพชีวิต
- สปสช.เพิ่มสิทธิผู้ป่วยไตวายเข้าถึงยาเพิ่มเลือดตั้งแต่ 1 ตุลาคมนี้
- ไข้เลือดออกดุ ป่วยแล้ว 7 หมื่นราย พบเด็กต่ำกว่า 15 ปี ร้อยละ 60
- กทม.ตั้งเป้าปี 55 ลดคาร์บอนไดออกไซด์ 15 เปอร์เซ็นต์
- “มาร์ค” ดึงมหา'ลัยเป็นเจ้าภาพสร้างความปรองดอง-ลดความเหลื่อมล้ำ
- ใจสู้! รพ.กลางชี้หญิงอ้วนสุขภาพจิตดี เผย 1 สัปดาห์น้ำหนักลด 7 กก.














