หัวใจที่ไม่ยอมจำนน

หัวใจที่ไม่ยอมจำนน

บัดนี้ผู้คนทั้งโลกต่างก็รู้ดีว่า
วิทยาศาสตร์ไอทีไฮเทคโนโลยีแม้จะนำความสะดวกสบายมาให้
แต่ก็หอบเอาความเคร่งเครียด คับแค้น ขุ่นข้อง พ่วงแถมมาด้วย
แทนที่จะทำให้บุคคลมั่งมีสันติสุขและสังคมอุดมสันติภาพได้จริงๆ
กลับทำให้บุคคลสับสนระคนทุกข์และสังคมวุ่นวายทำลายล้างไปเสีย
กลายเป็นแผ่นดินร้อนของผู้คนที่เคร่งเครียดคลุ้มคลั่งกำลังจะระเบิด
หากไม่รีบร่วมแรงร่วมใจกันทั้งโลกแก้ไขเปลี่ยนแปลงให้ทันท่วงที
ทั่วทั้งปัฐพีก็คงจะป่นปี้ไปด้วยกันภายในเวลาอีกไม่ช้าไม่นานเลย

แต่ทั้งๆ ที่ต่างคนต่างก็รู้ดีดังที่กล่าวมาแล้ว
ก็ยังหาผู้ที่ลุกขึ้นมาสู้เพื่อกอบกู้ “พลิกแผ่นดิน” จริงๆ แทบไม่ได้
ล้วนมีเหตุผลง่ายๆ ว่า “มันเป็นกระแสโลกที่เราทวนไม่ได้หรอก
ทางที่เราทำได้ คือเอาตัวเองให้รอดก่อน ไม่ว่าจะด้วยวิธีใดๆ”
สุดท้ายก็กลายเป็นคนเห็นแก่ตัว ซ้ำเติมสถานการณ์เข้าไปอีก
พูดให้เห็นชัดๆ ก็คือ “ผู้คนทั้งโลกกำลังอ่อนแอ แพ้พ่าย
และยอมจำนน แต่ขณะเดียวกันต่างก็ดิ้นรนจะเอาตัวเองให้รอด
โดยไม่แยแสแลเหลียวเพื่อนร่วมชะตากรรมว่าจะเป็นหรือตาย”
กลายเป็นว่าแทบทุกคนนั่นแหละช่วยกันขุดหลุมพลางไว้ข้างหน้า
สำหรับฝังตัวเองและเพื่อนร่วมโลกที่หลงวิ่งหน้าตั้งกันไปทางนั้น

นายตะวัน “คนไทย” ผู้เป็นพลเมืองเล็กๆ คนหนึ่งของโลก
ไม่ใช่ผู้วิเศษวิโสมาจากไหน และไม่ใช่คนที่ดีเด่ไปกว่าใคร
เพียงแต่ “หัวใจของเขาไม่ยอมจำนน” เอาชีวิตของตนทวนกระแส
และก้าวออกมาชวนผู้คนบนโลกนี้ที่เป็นเพื่อนเกิด แก่ เจ็บ ตาย
ให้ออกมาต่อสู้กอบกู้ “พลิกแผ่นดิน” พร้อมกันทั่วทั้งโลก
โดยไม่มีการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง ไม่ได้ปกป้องหรือต่อต้านใคร
ไม่ใช่เรื่องศาสนาใดๆ แม้ตัวเขาจะเป็น “ชาวพุทธคนหนึ่ง” ก็ตาม
เพราะ “๙ ทางสร้างโลกใหม่” มีหลักการและเนื้อหาที่เป็นสากล
เกี่ยวข้องกับบุคคล ชุมชน เชื้อชาติ และศาสนาทั้งหมดทั้งปวง
โดยไม่ได้เป็นปฏิปักษ์ต่อผู้ใด เว้นแต่อธรรมที่ครอบงำโลกอยู่

เขาเชื่อด้วยความบริสุทธิ์ใจว่า
“ถ้าแค่ผู้คนบนโลกนี้ช่วยกันใช้ปลายนิ้วคลิกก็จะพลิกแผ่นดินได้”
และ “ถ้าแค่หนังสือนี้ถูกตีพิมพ์แพร่หลายกระจายปลกคลุมไปทั่ว
ทั้งแผ่นดิน ก็จะสามารถกดดันให้ผู้นำรัฐและผู้นำโลกกลับตัวกลับใจ
เลิกเป็นไพร่สมุนทุนวัตถุนิยมอันมีกิเลสตัณหาชักใยอยู่เบื้องหลัง
กลับมาเป็นผู้นำอย่างแท้จริง ที่ไม่ยอมพ่ายแพ้และจำนนอีกต่อไป
แล้วก้าวออกมาพาพลเมืองต่อสู้กอบกู้พลิกแผ่นดินกันให้ได้จริงๆ”
โดยไม่จำเป็นจะต้องอาศัยแรงกดดันจากม็อบของผู้คนเรือนล้าน
ที่ก่อกวนป่วนปั่น ปิดถนน ยึดทำเนียบ ฯลฯ ให้บ้านเมืองวุ่นวาย
อันย่อมซ้ำเติมเพิ่มปัญหาและนำมาซึ่งความแตกสามัคคีหนักขึ้น

ปณิธาน “เดินทาง..พลิกแผ่นดิน” ของนายตะวัน
จึงเป็น “แรงกดดันใหม่” ที่ไม่ก่อความเดือดร้อนให้ใคร
และเป็นไปอย่างสันติโดยแท้จริง ยิ่งกว่าม็อบใดๆ ในประวัติศาสตร์
ซึ่งหากพี่น้องร่วมชาติหรือพลเมืองร่วมโลกนี้ยังพอมีเวไนยบ้าง
การเดินทางของเขาย่อมจะไม่เปล่าประโยชน์ และย่อมจะเป็นโอกาส
สำหรับคนทั้งชาติและทั้งโลกที่จะร่วมแรงร่วมใจกันสร้างโลกใหม่
ให้เป็นยอดประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติผู้ถือตนว่าเฉลียวฉลาด
ได้อีกทางหนึ่ง ซึ่งโอกาสเช่นนี้ร้อยปีพันปีก็จึงจะมีขึ้นสักหน..

Loading...