ปณิธานอันมุ่งมั่น
ปณิธานอันมุ่งมั่น
(สาระสำคัญจาก ๙ เรื่อง ล้างหรือสร้างโลก
: แรงบันดาลใจให้..เดินทาง..พลิกแผ่นดิน)
เพื่อแก้ไขและสร้างโลกใหม่ไว้ให้ลูกหลานได้อยู่ดีมีความสุขสงบกันสืบไป
๑. โดยการปลดปล่อยพ่อแม่ออกมาจากวัตถุนิยม และทุนนิยมระบบทาส
จนไม่สามารถเลี้ยงดูลูกตัวเองได้ ให้กลับมาเลี้ยงดูและอบรมลูกตัวเองได้
๒. โดยการปลดปล่อยระบบการศึกษาออกมาจากสภาวะเมาดาต้า บ้าเปเปอร์
โอเวอร์ไฟล์ กลับมาสู่การศึกษาที่แท้จริง จนมนุษย์พึ่งพาตนเองได้
๓. โดยการปลดปล่อยองค์กรศาสนาออกมาจากโลภะ และศาสนิกออกมาจาก
สภาวะเมาบุญ กลับมาสู่สิ่งสูงสุดคือความไม่เห็นแก่ตัวโดยทั่วกัน
๔. โดยการปรับเปลี่ยนคุณค่า สถานภาพ และค่านิยมกันใหม่หมดทั้งโลก
จากนิยมวัตถุและบริโภคมาสู่การนิยมจิตวิญญาณและการเป็นผู้ผลิต
๕. โดยการปลดปล่อยมนุษย์ออกมาจากความมัวเมาในสิทธิเสรีภาพ กลับมา
สู่สังคมที่เอาความยุติธรรมนำหน้าที่สิทธิและเสรีภาพกันให้ทั่วทั้งโลก
๖. โดยการปลดปล่อยมนุษย์ออกมาจากความยโสโอหังและขาดความยั้งคิด
กลับมาสู่ความเป็นผู้อ่อนน้อมถ่อนตนต่อธรรมชาติและสิ่งสูงสุดของตนๆ
๗. โดยการปลดปล่อยจิตวิญญาณมนุษย์ออกมาจากอัตตาอันแปลกแยก
กลับมาสู่อนัตตาอันเชื่อมโยงเป็นโครงข่ายและส่งผลถึงกันและกันอยู่
๘. โดยการปลดปล่อยบุคคลออกมาจากสภาวะยิ่งรวยยิ่งโลภ ไม่รู้จักอิ่มจักพอ
กลับมาสู่อิสระภาพ จนก็มีสันติสุขได้ และยิ่งรวยก็ยิ่งรู้จักเสียสละละวาง
๙. โดยการปลดปล่อยสังคมโลกออกมาจากอำนาจมืด ซึ่งถูกกิเลสตัณหาชักใย
อยู่เบื้องหลัง กลับมาสู่สังคมอุดมธรรม จนบังเกิดสันติภาพอย่างถาวร
นี่เป็นเพียงแค่เริ่มต้น
(การเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายของนายตะวัน)
ผ่านไปแล้ว ๑ ปีเศษๆ กับระยะทางกว่า ๓๐,๐๐๐ กิโลเมตร
โรงเรียนราว๓,๐๐๐ โรง วัดราว ๑,๐๐๐ วัด
และองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นราว ๑,๐๐๐ แห่ง
ศาลาวัด เรือนโล่ง หรือปั๊มน้ำมันราว ๔๐๐ คืน
ผมยังแค่เฉียดเป็นเฉียดตายไปหลายครั้ง
ตัวเองไม่มีรอยขีดข่วน แค่ผิวคล้ำลงบ้างเล็กน้อย
ส่วนนิสสันเอ็นวีคู่ชีวิต..ผมทำมันเอง..
ให้เกิดรอยขีดข่วนและบุบยุบไปหลายต่อหลายจุด
ข้างหน้าต่อไป ในประเทศไทยยังเหลืออีกราว ๕ ปี
คงอีกไม่น้อยกว่า ๑๐๐,๐๐๐ กิโลเมตร
โรงเรียน วัด และอื่นๆ ไม่ต่ำกว่า ๒๐,๐๐๐ แห่งขึ้นไปแน่ๆ
กับยังไม่นับในต่างประเทศอีกจนตลอดชีวิต
ตราบที่ ๙ เรื่อง ล้างหรือสร้างโลกนี้ยังไม่เป็นวาระแห่งโลก
หรือผมยังไม่ตาย การ "เดินทาง..พลิกแผ่นดิน" นี้ ก็จะยังดำเนินต่อไป
นี่คือ "ปณิธานของผม"
ที่แม้ลำบากก็ไม่เคยบ่น และยังร่าเริงอยู่ได้เสมอ
ถ้าหากเปรียบเทียบกับ "ขอแค่คุณใช้ปลายนิ้วคลิก"
คงจะไม่เป็นการรบกวนจนเกินไปดอกกระมัง ?
ทั้งนี้..เพื่อที่ลูกหลานของเราจะได้มี "โลกที่ดีกว่า" อยู่สืบไป..
แค่ปลายนิ้วของทุกคนคลิกก็จะพลิกแผ่นดินได้แน่นอน
๙ กรกฎาคม ๒๕๕๒ / วัดกุงชัย อำเภอลืออำนาจ จังหวัดอำนาจเจริญ
ตอบคำถามยอดฮิต
(ดีงามจริง ย่อมเป็นสิ่งที่ทุกคนควรช่วยกัน อยู่แล้วมิใช่หรือ ?)
ถาม : เรื่องนี้ช่างใหญ่หลวงนัก..จักสำเร็จเป็นความจริงได้อย่างไร ?
ตอบ : ทำไมจะต้องไปใส่ใจว่า จะสำเร็จหรือไม่สำเร็จ ในเมื่อเห็นอยู่ว่า ๙ เรื่องนี้
เป็นทั้งความดี ทั้งความงาม ทั้งความจริง และเป็นสิ่งที่มนุษย์ทุกคนควรช่วยกัน
อยู่แล้ว จะสำเร็จหรือไม่สำเร็จ สำหรับนายตะวันก็เห็นว่า “มันยิ่งกว่าคุ้มค่า
แม้ต้องแลกด้วยชีวิตก็ตาม” เพราะทุกคนเกิดมาไม่ช้าไม่นานก็ต้องตายทั้งนั้น
ถาม : ก็ดี เราขอเอาใจช่วยก็แล้วกัน และจะคอยติดตามฟังข่าวนะ ?
ตอบ : ขอบคุณ..ที่มีน้ำใจ แต่ก็คงไม่มีผลอะไร เพราะผมมีกำลังใจอยู่แล้ว
และไม่เคยหวังจะให้ใครมาคอยฟังข่าว เพราะผมไม่ได้อยากดังสักนิด แค่คิด
แค่ตัดสินใจจะสละชีวิตให้ ๙ เรื่องนี้เป็นความจริงขึ้นมาให้จงได้เท่านั้นเอง
ถาม : แล้วจะให้เราช่วยอย่างไร ซึ่งเราก็คงช่วยอะไรไม่ได้มากหรอกนะ ?
ตอบ : ไม่เห็นเป็นไรเลย.. ขอเพียงคุณอย่าหยุดอยู่แค่ในใจ เจอใครพอคุยได้
ก็บอกต่อ หรือพอเข้าไปใช้อินเตอร์เน็ตก็แค่คุณใช้ปลายนิ้วคลิกส่งต่อๆ กันไป
เท่านี้ก็ถือได้ว่า “คุณมีส่วนร่วมในความดี ความงาม และความจริงอันยิ่งใหญ่
หากแผ่นดินพลิกได้ เราก็จะไม่เสียทีที่ได้เกิดมาเป็นมนุษย์ในชาติหนึ่งนี้แล้ว”
ถาม : พูดตรงๆ มาเลย คนไทยไม่ชอบอ้อมค้อม ต้องการให้เราช่วยอะไร ?
ตอบ : ก็อย่างที่บอกไปแล้วไงครับ ถ้าแค่เอาใจช่วย มันก็คงไม่มีผลอะไร
สุดท้ายก็ต้องเป็นอย่างที่ทุกคนทักท้วงผมว่า "มันเป็นไปไม่ได้" นั่นเอง
ถ้ามองทางวัตถุ หากมีแต่คนเอาใจช่วยแบบนี้ ผมก็คงตายฟรี ไม่มีประโยชน์แน่ๆ
แต่ไม่ได้หมายความว่า "ผมไร้ค่า หาประโยชน์ไม่ได้" เพียงแต่สังคมนั่นแหละ
โชคร้าย ไม่ได้รับประโยชน์จากผมเอง ขนาดสละชีวิตให้แล้ว ก็ยังมองไม่เห็นเลย
ต่อเมื่อโลกนี้ยังมีดวงตา คนมีปัญญา คนมีเมตตา คนมีไมตรี ยังเหลืออยู่มากพอ
ก็ย่อมจะต้องช่วยผม มากกว่าแค่เอาใจช่วย ตอนแรกๆ ย่อมเป็นธรรมดาว่า
ทุกคนมีสิทธิ์จะหวาดระแวงหรือตั้งข้อสงสัยในเจตนารมณ์ที่แท้จริงของผมได้
แต่เมื่อในที่สุดได้มารู้มาเห็นตามเป็นจริง จนหมดความหวาดระแวงสงสัยแล้ว
อย่างน้อยๆ ก็ต้องช่วยผมด้วยวาจา หรือแค่เข้ามาคลิกเว็บไซต์ บอกต่อๆ กันไป
มากขึ้นมาอีกหน่อย ก็คงเป็นฝ่ายหาโอกาสได้พบได้พูดคุยกัน โดยไม่ต้องรอ
ให้ผมต้องบากหน้าไปขอพบเองแต่ฝ่ายเดียวอีก และมากที่สุด ก็ย่อมจะต้อง
ร่วมด้วยช่วยกันตามกำลังศรัทธา เป็นต้นว่า ช่วยกันจัดพิมพ์ ๙ ทางสร้างโลกใหม่
เป็นธรรมทานให้ได้ ๙ ล้านเล่มขึ้นไป จนผู้นำรัฐและผู้นำโลกก็มองข้ามไม่ได้อีก
ถึงวันนั้น ทุกคนบนโลกนี้ก็จะได้พบความจริงว่า "ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้"
ถ้าเพียงแค่ผู้คนลดความเห็นแก่ตัวลง "พลิกโลก พลิกแผ่นดิน ก็ย่อมเป็นไปได้"
อนึ่ง ขอฝากไว้ในตอนสุดท้ายว่า เปลี่ยคำว่า ช่วยผม หรือช่วยนายตะวัน ไปเป็น
"ช่วยกัน" แบบนี้ดีกว่าไหม ? เพราะเรื่องที่ผมชวนไม่ใช่ประโยชน์ของผมเลย
ผมได้ทำใจให้เหมือนคนตายไปแล้ว ย่อมไม่มีส่วนได้ส่วนเสียกับเรื่องที่ชวนนั้น
ที่แท้มันคือประโยชน์ของทุกคนทุกฝ่ายในสากลโลกเอง ดังนั้น ถ้ามองกัน
อย่างลึกซึ้ง มันจึงไม่ใช่ "ช่วยนายตะวัน" แต่มันคือ "ช่วยกันพลิกแผ่นดิน"
ซึ่งคนดี คนมีปัญญา ย่อมจะไม่พลาดโอกาสอันสำคัญของชีวิตครั้งนี้อย่างแน่นอน..
ติดต่อนายตะวันได้ ๓ ช่องทาง คือ
๑. สายตรงนายตะวัน (อำนวย นาคกนิษฐ ป.ธ.๙)
e-mail : naaitawan@gmail.com naaitawan@hotmail.com
มือถือ DTAC 081-494-6856, GSM 082-145-3175
๒. บริษัท สำนักพิมพ์ สื่อตะวัน จำกัด / รับทำหนังสือและสื่อสิ่งพิมพ์ทุกชนิด
กรรมการผู้จัดการ คุณมณัส เรืองสิงห์ มือถือ 081-846-9156
๓. บริษัท สื่อตะวัน มีเดีย จำกัด / บัตรเติมเงินโทรศัพท์ทั้งในและต่างประเทศ
กรรมการผู้จัดการ คุณรชต โพธิ์สวัสดิ์ มือถือ 082-331-7359
หมายเหตุ ข้อ ๑ สอบถามปณิธานแลกเปลี่ยนความคิดเห็น
ข้อ ๒ และ ๓ สนับสนุน "สื่อตะวัน" เพื่อส่งเสริมปณิธานของนายตะวัน
(แม้นายตะวันจะเลิกทำธุรกิจแล้ว แต่ก็ยังเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุดใน ๒ บริษัทนี้)
ปัจจุบันทันข่าวเรื่องราวรอบตัว
จากหลากหลายแหล่งข่าว เอามาแจกกันอ่าน โปรดใช้วิจารณญาณ
วิเคราะห์ข่าวสารด้วยสติปัญญาของแต่ละคนเอง โดยอิสระเสรีเถิด















