เคลียร์ถนน
เคลียร์ถนน
บทความเรื่อง "เดินทาง..พลิกแผ่นดิน" ที่คุณจะได้อ่านต่อไปนี้
ผมตั้งใจจริงหรือตั้งปณิธานเอาไว้ว่า "ประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๗"
หรืออีกราวๆ ๖ ปี นับจากวันที่ผมเริ่มออกมาเดินทางรอนแรม
ผมซึ่งเป็น "คนไทย" ในฐานะพลเมืองเล็กๆ คนหนึ่งของโลก
ตั้งใจจะนำหนังสือเรื่องนี้ ที่มีเนื้อหา "๙ เรื่อง ล้างหรือสร้างโลก"
ไปมอบให้กับ "ผู้นำรัฐบาล" และ "ผู้นำสื่อสารมวลชน" ทั่วทั้งโลก
มันอาจจะฟังดูเป็นเรื่องละเมอเพ้อพก แต่ผมมีปณิธานเช่นนั้นจริงๆ
ถ้าถามว่า “ผมจะเอาทุนที่ไหน เป็นค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ?”
ขอตอบว่า "ทุนส่วนตัว..หรือถ้าจะมีผู้สนับสนุนก็ต้องแบบเต็มใจเท่านั้น"
ซึ่งมันก็คงไม่มากมายอะไร เพราะผมจะไปอย่างสมถะและเรียบง่าย
ส่วนใหญ่ไปทางบก ข้ามชายแดนไปแต่ละประเทศจนกว่าจะรอบโลก
เรื่องการเดินทางของผมพักไว้ก่อน ผมมีวิธีไปของผมได้อย่างแน่นอน
สิ่งที่น่าสนใจกว่า "คือสาระของหนังสือที่ผมจะเอาไปมอบให้ผู้นำ"
ซึ่งจำเป็นจะต้องมีสาระอันเที่ยงตรงและทรงคุณค่า คู่ควรที่คนทั้งโลก
จะสละเวลาหันมาอ่านและร่วมกันคิดพิจารณา ที่ผมตั้งต้นเอาไว้ว่า
"๖ ปีแรกทั่วไทย ไปทุกทางหลวง ผ่านแทบทุกตำบล" คือกุศโลบาย
สำหรับให้ตนเองได้มีเวลาทบทวนกระบวนคิด ที่แม้จะเชื่อมั่นไปแล้ว
กับหวังว่าพี่น้องชาวไทยร่วมชาติร่วมศาสนาจะหันมาสนใจ แล้วช่วยกัน
ตรวจสอบ วิพากษ์วิจารณ์ ติชมชี้แนะให้รอบด้านเสียก่อน
โดยผมตั้งใจเอาไว้ว่า "คำวิพากษ์ที่มีคุณค่า" ผมจะตีพิมพ์ร่วมไปด้วย
พร้อมกับเขียนคำนำไว้ว่า "คำวิพากษ์ที่มีคุณค่านั้นอาจจะสำคัญกว่าเนื้อหา
ที่ผมเขียนไว้เสียอีก เพราะมาจากผู้มีปัญญาที่รู้จริงยิ่งกว่าผม"
ดังนั้นเมื่อคุณให้เกียรติเปิดเข้ามาอ่านแล้ว หากพบเห็นประเด็นใด
ที่คุณเห็นว่า "ไม่ใช่" หรือ "ผิดพลาดคลาดเคลื่อนโดยประการใดๆ"
ในฐานะคนไทยด้วยกัน "โปรดอย่าปล่อยไปให้ขายหน้านานาชาติ"
แต่ก็ขอให้ติชมเชิงสร้างสรรค์ ส่งเสริมให้ปณิธานนี้ดีสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น
และถ้ามีน้ำใจ "ชวนเพื่อน" ให้เข้ามาช่วยวิจารณ์ด้วย ผมก็ยิ่งขอบคุณ
แต่ถ้าจะติเพื่อตัดกำลังใจถ่ายเดียวเช่นว่า "ไม่เข้าท่าอย่าทำเลยดีกว่า"
แบบนั้นไม่มีประโยชน์ ผมจะไม่เก็บเอาคำพูดเช่นนั้นมาพิจารณาแน่นอน
เพราะคำพูดประเภทนั้น "พูดกันง่าย ไร้คุณค่า เป็นวาจาของพาลชน"
การพูดว่าอย่าทำ มันง่ายแต่ไร้ค่า การพูดว่าทำแบบนี้สิ ถึงยากก็น่าฟัง
และยิ่งสิ่งที่แนะนำมา "มีค่าจริง" ก็ยิ่งนับได้ว่า "นั่นเป็นวาจาสุภาษิต"
อย่างไรก็ดี.. ทุกคนมีสิทธิ์จะคิด และทุกคนมีสิทธิ์จะวิพากษ์วิจารณ์
อย่างไรก็ได้ ผมยินดีน้อมรับทุกประการ ใครเห็นด้วย..ช่วยสนับสนุน
ผมก็ขอขอบคุณ และขอให้คำมั่นว่า "ปณิธานนี้ผมจะทุ่มเทให้ทั้งชีวิต"
ส่วนคนที่ไม่เห็นด้วย ซึ่งคงไม่มีสักกี่คน ที่อาจจะมีมากขึ้นมาหน่อย
ก็คือคนที่หมั่นไส้ เข้าใจว่า "ผมเว่อร์ ผมเพ้อเจ้อ" และก็เป็นธรรมดา
ที่เขาเหล่านั้นย่อมจะไม่สนับสนุนอยู่แล้ว ซึ่งผมเองก็เข้าใจและขออภัย
ที่อาจทำให้รำคาญ แต่ก็ขอยืนยันว่า "ปณิธานนี้ ผมทำจริง แน่นอน"
เพราะมั่นใจว่า "เป็นเรื่องดี เป็นเรื่องที่มีคุณค่า อย่างไม่ต้องสงสัยเลย"
บัณฑิตจะต้องส่งเสริมผมแน่ๆ ถ้าจะมีคนต่อต้านก็ต้องเป็นพวกพาลชน
ส่วนคนที่หมั่นไส้หรือรำคาญ นั่นก็เพราะว่า "เขามีปัญญาแค่นั้นจริงๆ"
ถ้าจะสรุปด้วยคำพูดที่สั้นที่สุด ต่อคำถามที่ว่า "ผมทำแบบนี้ทำไม ?"
ก็จะได้คำตอบว่า "เพราะผมไม่ยอมจำนน และกำลังชวนผู้คนทั้งโลก
ให้ไม่ยอมจำนนด้วย" ถามอีกว่า "จำนนต่ออะไร ฉันไม่เห็นรู้เรื่อง ?"
ผมก็จะย้อนถามว่า คุณไม่เห็นหรือ ไม่รู้สึกว่าตัวเองก็ทนไม่ไหวแล้ว
กับเรื่องต่อไปนี้ดอกหรือ ? ..เด็กๆ มีพฤติกรรมก้าวร้าวหนักขึ้นทุกที
ลูกไม่ผูกพันพ่อแม่ ศิษย์ ไม่เชื่อฟังครูอาจารย์ แต่ละคนเอาแต่ใจตัวเอง
จนไม่คำนึงถึงกันและกันเลย ผัวไปทาง เมียไปทาง ลูกๆ จึงเคว้งคว้าง
อาชญากรรมชุกชุม จนแทบจะหา ที่ไหนปลอดภัยไม่ได้แม้แต่บ้านตัวเอง
ยาเสพย์ติดระบาดและเปลี่ยนรูปแบบ ไปเรื่อย พฤติกรรมทางเพศ
ของคนโดยเฉพาะในหมู่เยาวชนล้ำหน้าสัตว์ เดรัจฉานยิ่งขึ้นไปทุกที
นายจ้างกดขี่ลูกจ้างอย่างไร้ความเมตตา ลูกจ้าง เกียจคร้านอู้งาน
และไม่ซื่อตรง เศรษฐกิจล้มแล้วล้มอีก สังคมแตกแยก การเมืองวุ่นวาย
และอีกมากมายจนนับปัญหาไม่ถ้วน..
คุณเองก็ทนมันไม่ไหวหรอก แต่ก็บอกกับตัวเองและหาข้ออ้างกับคนอื่น
ว่า มันเป็นกระแสของโลก เราแก้ไขอะไรไม่ได้ คำว่า แก้ไขอะไรไม่ได้
นั่นแหละคือจำนน และก็มักจะไม่ใช่แค่นั้น หากดูกันให้ลึกๆ แทบทุกคน
ที่ยอมจำนนนั่นแหละ อีกด้านหนึ่งก็ดิ้นรนว่า "กูก็ต้องเอาตัวเองให้รอดก่อน
ก็ต้องหาความสุขและเอาประโยชน์ส่วนตัวให้ได้มากที่สุดก่อน เพราะนั่น
มันก็เป็นสิทธิ์ของกู"โดยไม่มีใครคำนึงว่า ที่แท้นั่นคือข้ออ้าง
ของความเห็นแก่ตัว อันเป็น ต้นตอของปัญหาทั้งปวง
ส่วนผมแม้จะไม่วิเศษวิโสไปกว่าใคร แต่ไม่ยอมจำนนและไม่เห็นแก่ตัว
ด้วยความเชื่ออันบริสุทธิ์ใจว่า "มนุษย์ทุกคน ลึกๆ แล้วก็ไม่ยอมจำนน
และถ้าจิตรู้ยิ่งเห็นจริงก็จะไม่เห็นแก่ตัวด้วยกันทั้งนั้น"
ซึ่งมันเป็นไปได้ เพียงแค่สร้างสัมมาทิฐิ เหตุปัจจัยที่ดีงาม และสิ่งแวดล้อม
อันเหมาะสมขึ้นมาให้เต็มโลก ด้วยการร่วมแรงร่วมใจกันหมดทั้งโลก
ซึ่งควรเป็นโอกาสดี เพราะยุคนี้เป็นยุคไอทีไฮเทคโนโลยีที่ย่อโลกทั้งใบให้
เล็กลงมาได้แล้ว ขอแค่ผู้นำ ปัญญาชน และคนทำข่าว ทั้งโลกนี้ ตื่นขึ้นมา
เป็นแนวหน้า ที่ไม่ยอมจำนนและไม่เห็นแก่ตัว ทำไมมันจะแก้ไขไม่ได้
เพราะมนุษย์เป็นผู้เฉลียวฉลาดสามารถฝึกฝนและพัฒนาตนได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด
ผมทำแบบนี้ก็เพราะว่า "ผมเชื่อมั่นในมนุษยชาติด้วยความบริสุทธิ์ใจ อย่างนี้จริงๆ”
ถึงแม้คำพูดของผมก็มักจะสบประมาทมนุษยชาติอยู่บ่อยๆ เพราะผม
ก็คือมนุษย์คนหนึ่ง ซึ่งก็ไม่ได้จะดีเด่ไปกว่าใคร แล้วทำไมผมจะไม่รักไม่นับถือ
มนุษย์ด้วยกัน แม้จะต่างชาติต่างศาสนากันเล่า ?"
และเรื่อง ๙ เรื่องที่ผมนำเสนอนั้น ผมก็ย่นย่อมาให้เหลือเท่าที่เห็นว่า
แค่นี้ก็พอแล้ว หากทั้งโลกทำได้ ปัญหาทั้งหลายจะคลี่คลายไปได้เอง
เพราะทุกสิ่งเชื่อมโยงส่งผลถึงกัน นี่คืองานที่สำคัญที่สุดของมนุษยชาติ
แห่งศตวรรษนี้ ไม่มีงานอื่นจะสำคัญกว่านี้แล้ว หากร่วมแรงร่วมใจกัน
โดยไม่เห็นแก่ตัว โลกก็รอด หากเพิกเฉย เอาแต่เห็นแก่ตัว โลกก็พินาศ
มันก็มีแค่นี้เอง ผมทำแบบนี้ ก็เพราะแค่นี้จริงๆ ไม่มีอะไรยิ่งไป กว่านี้เลย
ปัจจุบันทันข่าวเรื่องราวรอบตัว
จากหลากหลายแหล่งข่าว เอามาแจกกันอ่าน โปรดใช้วิจารณญาณ
วิเคราะห์ข่าวสารด้วยสติปัญญาของแต่ละคนเอง โดยอิสระเสรีเถิด
ข่าวล่ามาแรง
ข่าวคุณภาพชีวิต
ข่าวเศรษฐกิจ
ข่าวการศึกษา
ข่าวการเมือง
ข่าวต่างประเทศ
- น้ำมันขยับเล็กน้อย-หุ้นมะกันปิดบวกหลังซิตี้กรุ๊ปเชื่อฟื้นตัวถาวร
- คุก1ปี ผัวมะกันหื่นแอบถ่ายคลิปเปลือยเมียตัวเองขณะอาบน้ำ
- ผวาม็อบแดง!ฮ่องกงเตือนภัยเยือนไทยขั้นสูง-สั่งยกเลิกแพกเก็จทัวร์ทั้งหมด
- มหาเศรษฐีรับตำแหน่งปธน.ชิลี-ปชช.คาดหวังช่วยฟื้นปท.หลังแผ่นดินไหว
- "เฉลียว กระทิงแดง" รวยสุดในไทย ติดอันดับ 208 ของโลก















